• ดัชนีหุ้นไทยปิดต่ำกว่าสัปดาห์ก่อน แม้จะฟื้นตัวกลับมายืนเหนือ 1,600 จุดได้ในช่วงท้ายสัปดาห์
SET index ร่วงลงแรงในช่วงต้นสัปดาห์ โดยเผชิญแรงกดดันหลัก ๆ จากหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่ง (เนื่องจากรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาต่ำกว่าคาด) ประกอบกับมีแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงาน เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกย่อตัวลงหลังจากมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ ระงับการโจมตีอิหร่านชั่วคราว นอกจากนี้นักลงทุนบางส่วนเลือกขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยงก่อนวันหยุดของตลาดในประเทศ (28-29 ก.ค.)
ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงต่อเนื่องหลังจากกลับมาเปิดทำการตามปกติ โดยร่วงลงหลุดแนว 1,600 จุด สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นเอเชียที่ส่วนใหญ่เผชิญแรงกดดันจากการเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับความคุ้มค่าของการลงทุนด้าน AI อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วน (โดยกลับมายืนเหนือ 1,600 จุดได้ในช่วงท้ายสัปดาห์) ตามตลาดต่าประเทศที่ได้รับอานิสงส์ หลังบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่บางแห่งของสหรัฐฯ รายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดออกมาดีกว่าคาด
• ในวันศุกร์ที่ 31 ก.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,623.64 จุด ลดลง 1.26% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 96,521.01 ล้านบาท ลดลง 0.28% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.01% มาปิดที่ระดับ 227.10 จุด
• สัปดาห์ถัดไป (3-7 ส.ค. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,610 และ 1,580 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,635 และ 1,655 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิตและการบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนก.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนก.ค. ของยูโรโซน อังกฤษ จีนและญี่ปุ่น ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนมิ.ย. ของยูโรโซน ตลอดจนตัวเลขนำเข้าและส่งออกเดือนก.ค. ของจีน
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น