• ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวน ก่อนจะพลิกกลับมาปิดบวกช่วงท้ายสัปดาห์
SET index ดีดตัวขึ้นช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีปัจจัยหนุนจากตัวเลขจีดีพีไทยไตรมาส 2/2569 ที่ออกมาดีกว่าคาดแม้จะชะลอลง และสศช. ก็ได้ปรับตัวเลขคาดการณ์ตัวเลขจีดีพีไทยปีนี้จาก 2.0% เป็น 2.2% ส่งผลให้มีแรงซื้อกระจายในหุ้นหลายกลุ่ม นำโดย กลุ่มแบงก์
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยทยอยลดช่วงบวกจนถึงช่วงกลางสัปดาห์ตามแรงขายหลักๆ จากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติหลังตอบรับปัจจัยบวกข้างต้นไปแล้ว ขณะที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด ทั้งนี้ หุ้นที่ร่วงนำตลาดได้แก่ หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับตัวลงตามทิศทางหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศ รวมถึงหุ้นแบงก์ใหญ่แห่งหนึ่งจากประเด็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ลดสัดส่วนการถือหุ้นลง ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวกรอบแคบในเวลาต่อมาก่อนจะพลิกกลับมาปิดบวกในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน (รับข่าวบล.ต่างชาติปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุน) นอกจากนี้ ยังมีแรงซื้อคืนหุ้นกลุ่มแบงก์เข้ามาหนุนด้วยเช่นกัน
• ในวันศุกร์ที่ 21 ส.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,613.78 จุด เพิ่มขึ้น 0.29% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 81,954.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.53% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 1.11% มาปิดที่ระดับ 230.28 จุด
• สัปดาห์ถัดไป (24-28 ส.ค. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,600 และ 1,585 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,630 และ 1,655 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมกนง. (26 ส.ค.) ตัวเลขส่งออกเดือนก.ค. ของไทย ถ้อยแถลงของประธานเฟดจากการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ดัชนีราคา PCE/Core PCE รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคลเดือนก.ค. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ กำไรบริษัทอุตสาหกรรมเดือนก.ค. ของจีน
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น