• ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวน ก่อนจะปิดลบช่วงท้ายสัปดาห์
ตลาดหุ้นไทยขยับขึ้นในช่วงแรก โดยมีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มแบงก์ แต่กรอบการปรับขึ้นถูกจำกัดจากแรงขาย Big Lot หุ้นของบริษัทด้านพลังงานรายใหญ่แห่งหนึ่งจากปัจจัยเฉพาะตัว อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงในเวลาต่อมาตามแรงขายของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ ซึ่งบรรยากาศการลงทุนถูกกดดันจากกระแสเทขายหุ้นเทคโนโลยี ส่งผลให้หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ร่วงนำตลาด
ดัชนีหุ้นไทยทยอยฟื้นตัวในช่วงระหว่างสัปดาห์ โดยมีปัจจัยหนุนจากรายงานข่าวเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ รวมถึงกนง. ปรับเพิ่มประมาณการจีดีพีของไทยในปี 2569 เป็น 2.3% จากเดิม 1.5% ซึ่งกระตุ้นแรงซื้อคืนหุ้นหลายกลุ่ม ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงอีกครั้งช่วงท้ายสัปดาห์ โดยกลับมาเผชิญแรงกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ รายงานข่าวเกี่ยวกับเรือบรรทุกสินค้าถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวได้ไม่นานก็เป็นอีกปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุนด้วยเช่นกัน
• ในวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,542.34 จุด ลดลง 1.92% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 78,357.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.79% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.45% มาปิดที่ระดับ 220.28 จุด
• สัปดาห์ถัดไป (29 มิ.ย.-3 ก.ค. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,535 และ 1,520 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,565 และ 1,575 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิต ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนมิ.ย. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือนพ.ค. ของญี่ปุ่น ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิ.ย. ของยูโรโซน ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนเดือนมิ.ย. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น