• ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงเกือบตลอดสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ
SET index ปรับตัวลงตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายหลัก ๆ จากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ โดยล่าสุดมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน รวมถึงเตือนประเทศที่ยังทำธุรกิจกับอิหร่านอาจเผชิญมาตรการกดดันด้วยเช่นกัน ส่งผลให้เกิดแรงเทขายหุ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาช่วงสั้น ๆ กลางสัปดาห์จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มแบงก์ ซึ่งคาดว่าได้รับอานิสงส์จากแรงซื้อเก็งกำไรก่อนประกาศจ่ายเงินปันผล อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงอีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้นกลุ่มพลังงาน (หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลง รับข่าวอิหร่านกับโอมานอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือชั่วคราวผ่านช่องแคบฮอร์มุซ) ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยร่วงหลุดแนว 1,600 จุดในช่วงท้ายสัปดาห์ หลังมีแรงขายหุ้นบิ๊กแคปรายตัวเข้ามากดดันเพิ่มเติม ขณะที่ตลาดยังรอติดตามถ้อยแถลงของประธานเฟดจากการประชุมที่เมืองแจ็กสัน โฮลช่วงปลายสัปดาห์นี้ด้วยเช่นกัน
• ในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,588.22 จุด ลดลง 1.58% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 64,812.44 ล้านบาท ลดลง 20.92% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.53% มาปิดที่ระดับ 229.06 จุด
• สัปดาห์ถัดไป (31 ส.ค. - 4 ก.ย. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,575 และ 1,550 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,605 และ 1,630 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิตและการบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนส.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนส.ค. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนส.ค. และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ค. ของยูโรโซน
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น