ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สาม ทั้งนี้ SET Index ดีดตัวขึ้นช่วงต้นสัปดาห์ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค โดยมีแรงหนุนจากกระแสข่าวที่ว่าจีนกำลังพิจารณาเรื่องการเปิดประเทศ ประกอบกับมีแรงซื้อต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ อย่างไรก็ดี หุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยระหว่างสัปดาห์มีการประชุมเฟด ซึ่งแม้เฟดจะมีมติปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ตามตลาดคาด แต่ได้ส่งสัญญาณจะขึ้นดอกเบี้ยนานกว่าคาด ส่วนช่วงปลายสัปดาห์หุ้นไทยแกว่งตัวกรอบแคบระหว่างรอติดตามข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มที่มีแรงซื้อเข้ามามากสุดในสัปดาห์นี้ ได้แก่ กลุ่มพลังงาน แบงก์และไฟแนนซ์
ในวันศุกร์ (4 พ.ย.) ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,626.32 จุด เพิ่มขึ้น 1.26% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 61,350.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.25% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.41% มาปิดที่ระดับ 645.20 จุด
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (7-11 พ.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,610 และ 1,600 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,640 และ 1,650 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนต.ค. ของไทย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ และผลประกอบการงวดไตรมาส 3/65 ของบจ. ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนต.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือนก.ย. ของยูโรโซน ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนต.ค. ของญี่ปุ่น รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจเดือนต.ค. ของจีน อาทิ ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคาผู้บริโภค และข้อมูลการส่งออก
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น