• ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเกือบตลอดสัปดาห์ท่ามกลางแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ตลาดหุ้นไทยดีดตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้นที่อยู่ในรายชื่อหุ้นที่ใช้สำหรับการคำนวณดัชนี SET50 ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยเฉพาะหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่ง ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยสามารถเพิ่มช่วงบวกได้ แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอน (หลังจากมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่จากประเด็นเรือบรรทุกสินค้าถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ) อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงช่วงสั้นๆ กลางสัปดาห์ ก่อนจะขยับขึ้นอีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 3 ปี 4 เดือนที่ 1,621.19 จุดช่วงท้ายสัปดาห์ ทั้งนี้ แรงซื้อกระจายไปในหลายอุตสาหกรรม นำโดยหุ้นกลุ่มแบงก์ที่มีแรงซื้อเก็งกำไรก่อนประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 นอกจากนี้ การปรับตัวขึ้นของดัชนีหุ้นไทยในช่วงท้ายสัปดาห์ยังสอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคด้วยเช่นกัน เนื่องจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย. ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด หนุนคาดการณ์ที่ว่าเฟดอาจไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย
• ในวันศุกร์ที่ 3 ก.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,611.28 จุด เพิ่มขึ้น 4.47% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 80,182.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.33% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.38% มาปิดที่ระดับ 221.11 จุด• สัปดาห์ถัดไป (6-10 ก.ค. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,585 และ 1,570 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,625 และ 1,645 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิ.ย. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคการบริการและยอดขายบ้านมือสองเดือนมิ.ย. บันทึกการประชุมเฟด รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนี PPI และยอดค้าปลีกเดือนพ.ค. ของยูโรโซน ดัชนี CPI และ PPI เดือนมิ.ย. ของจีน ตลอดจนดัชนี PPI เดือนมิ.ย. ของญี่ปุ่น
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น