• ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นท่ามกลางแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ
SET Index ย่อตัวลงเล็กน้อยช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคท่ามกลางการคาดการณ์ว่า นายเควิน วอร์ชที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานเฟดคนถัดไปอาจไม่รีบลดดอกเบี้ย โดยมีแนวโน้มที่จะทยอยผ่อนคลายนโยบายแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นในเวลาต่อมาท่ามกลางแรงซื้อจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้นในกลุ่ม ICT (หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ดีกว่าคาดและมีประกาศจ่ายเงินปันผลพิเศษ) รวมถึงหุ้นกลุ่มพลังงาน ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลกในระหว่างสัปดาห์จากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบช่วงสั้น ๆ ในเวลาต่อมา ตามแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่ม TECH ก่อนจะขยับขึ้นอีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบกว่า 1 ปีที่ระดับ 1,361.52 จุดตามแรงซื้อของต่างชาติก่อนการเลือกตั้งทั่วไปของไทยในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. นี้
• ในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,354.01 จุด เพิ่มขึ้น 2.14% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 51,762.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.69% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.35% มาปิดที่ระดับ 208.55 จุด
สัปดาห์ถัดไป (9-13 ก.พ. 69) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,330 และ 1,305 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,375 และ 1,400 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ประเด็นการเมืองในประเทศ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของบจ.ไทย และทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือนธ.ค. ยอดขายบ้านมือสอง ดัชนีราคาผู้บริโภค ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงานเดือนม.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนม.ค. ของจีน ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนม.ค. ของญี่ปุ่น รวมถึงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของยูโรโซน
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น