• ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวน ก่อนจะกลับมาปิดบวกช่วงท้ายสัปดาห์
SET Index ย่อตัวลงช่วงต้นสัปดาห์ตามแรงขายต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดยหุ้นกลุ่มแบงก์ พลังงานและค้าปลีก ก่อนจะดีดตัวขึ้นในเวลาต่อมาตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค หลังอิหร่านผ่อนคลายข้อจำกัดในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซบางส่วน (แต่ยังมีการคุมเข้มสำหรับเรือของสหรัฐฯ-อิสราเอลและพันธมิตรที่เข้าร่วมโจมตีอิหร่าน) ส่งผลให้มีแรงซื้อคืนหุ้นหลายกลุ่ม นำโดยกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี
ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงอีกครั้งในเวลาต่อมาตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย โดยมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการโจมตีแหล่งพลังงานหลายแห่งในพื้นที่ตะวันออกกลาง ประกอบกับมีปัจจัยกดดันเพิ่มเติมจากการที่เฟดส่งสัญญาณชะลอการปรับลดดอกเบี้ย อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยคาดว่ามีแรงหนุนจากรายงานข่าวที่ว่าผู้นำอิสราเอลระบุว่าจะไม่โจมตีแหล่งพลังงานของอิหร่านอีก ประกอบกับประเด็นการเมืองในประเทศมีความชัดเจนมากขึ้น
• ในวันศุกร์ที่ 20 มี.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,432.99 จุด เพิ่มขึ้น 1.68% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 64,480.02 ล้านบาท ลดลง 8.96% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.47% มาปิดที่ระดับ 219.08 จุด
• สัปดาห์ถัดไป (23-27 มี.ค. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,415 และ 1,400 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,445 และ 1,460 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขส่งออกเดือนก.พ. ของไทยสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนมี.ค. (เบื้องต้น) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.พ. ของญี่ปุ่น ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนมี.ค. (เบื้องต้น) ของญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ ตลอดจนตัวเลขกำไรบริษัทภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค.-ก.พ. ของจีน
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น