• ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนจะลดช่วงบวกลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์
SET index ดีดตัวขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงซื้อต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้นกลุ่มไฟแนนซ์และกลุ่มแบงก์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการที่ผู้ประกอบการรายแรก ๆ รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาดีกว่าคาด ตลอดจนหุ้นกลุ่มพลังงานที่ยังได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอันเนื่องมาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
หลังจากขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 3 ปี 5 เดือนที่ระดับ 1,657.55 จุด ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงในช่วงกลางสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายของกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ นำโดย หุ้นกลุ่มแบงก์ที่ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เสร็จสิ้นไปแล้ว อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบแคบในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยแม้จะมีแรงซื้อคืนหุ้นกลุ่มแบงก์เข้ามาหนุนในช่วงท้ายสัปดาห์ แต่ก็มีแรงกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มพลังงาน ขณะที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด
• ในวันศุกร์ที่ 24 ก.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,644.39 จุด เพิ่มขึ้น 0.33% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 96,795.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.71% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.96% มาปิดที่ระดับ 227.13 จุด
• สัปดาห์ถัดไป (27-31 ก.ค. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,620 และ 1,600 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,650 และ 1,660 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟด (28-29 ก.ค.) ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนมิ.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 และดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.ค. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน การประชุม BOE และ BOJ ตลอดจนกำไรบริษัทภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. และดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนก.ค. ของจีน
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น