• ดัชนีหุ้นไทยยังคงเคลื่อนไหวผันผวนตามประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
SET Index ปรับตัวลงจนหลุดแนว 1,400 จุดในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคท่ามกลางแรงขายของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติและสถาบันในประเทศ เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยกระดับความตึงเครียดขึ้น หลังสหรัฐฯ ประกาศจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านหากไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมง อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมาสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนการโจมตีดังกล่าวออกไป 5 วันและส่งสัญญาณว่ามีการเจรจากับอิหร่าน ประกอบกับมีรายงานข่าวว่าอิหร่านปล่อยให้เรือขนน้ำมันของไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นจนถึงช่วงกลางสัปดาห์ นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี พลังงานและแบงก์
ดัชนีหุ้นไทยลดช่วงบวกลงบางส่วนในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ เนื่องจากมีกระแสข่าวที่สร้างความสับสนให้กับตลาด ไม่ว่าจะเป็นข่าวอิหร่านออกมาปฏิเสธถึงการเจรจากับสหรัฐฯ หรือข่าวที่ว่าสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปอีก 10 วันเนื่องจากอยู่ระหว่างการเจรจากับอิหร่าน สะท้อนถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แม้นักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาซื้อสุทธิในช่วงปลายสัปดาห์ก็ตาม
• ในวันศุกร์ที่ 27 มี.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,447.05 จุด เพิ่มขึ้น 0.98% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 65,096.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.96% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.73% มาปิดที่ระดับ 217.47 จุด
• สัปดาห์ถัดไป (30 มี.ค. – 3 เม.ย. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,430 และ 1,410 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,465 และ 1,490 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือนก.พ. ดัชนี ISM และ PMI ภาคการผลิตและการบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนมี.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.พ. ของญี่ปุ่น ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมี.ค. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน รวมถึงดัชนี PMI เดือนมี.ค. ของหลายประเทศ
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น