Display mode (Doesn't show in master page preview)

19 มกราคม 2564

Econ Digest

เกษตรไทยปี 2564 แนวโน้ม...สดใส จับตา 3 ความเสี่ยง... การแข่งขันในตลาดโลก ค่าเงินบาท และโควิด-19

            ปี 2563 สถานการณ์ภาคเกษตรของไทยนับว่ายังพอประคองตัวไปได้ จากปัจจัยสนับสนุนด้านราคาสินค้าเกษตรที่พุ่งขึ้นสูงกว่า 4.5% (YoY) เนื่องจากเกิดภาวะภัยแล้งที่ฉุดผลผลิตอย่างมากในช่วงครึ่งแรกของปี สำหรับการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยช่วง 11 เดือนแรกปี 2563 มีการหดตัวอยู่ที่เพียง 3.9% (YoY) ซึ่งส่งผลกดดันผ่านมายังรายได้เกษตรกรไม่มากนัก ทำให้รายได้เกษตรกรในปี 2563 สามารถประคองตัวอยู่ในแดนบวกได้โดยขยายตัวอยู่ที่ราว 0.9%  (YoY) 
             ปี 2564 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ภาคเกษตรไทยน่าจะให้ภาพที่ดีขึ้น โดยคาดว่า รายได้เกษตรกรจะขยายตัวอยู่ในกรอบ 1.0-1.5% (YoY) จากแรงผลักด้านผลผลิตที่เพิ่มขึ้น 2.0-2.5% (YoY) เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่เอื้อต่อการเพาะปลูกจากปรากฏการณ์ลานีญาที่อาจต่อเนื่องไปจนถึงเดือนพ.ค. 2564 ขณะที่ราคาอาจปรับตัวลดลง 0.5-1.0% (YoY) โดยเฉพาะราคาข้าว มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน เนื่องจากเผชิญความเสี่ยงทั้งจากคู่แข่งในตลาดโลกที่รุนแรงขึ้น ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น โดยคาดว่าจะไปแตะปลายปีที่ระดับ 29-29.25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อีกทั้งยังต้องจับตาระดับความรุนแรงของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ของไทย และของโลกที่ยังคงมีอยู่ ซึ่งอาจกดดันราคาสินค้าเกษตรไทย ดังนั้น โครงการประกันรายได้เกษตรกรของภาครัฐ (เฟส 2) จึงนับเป็นสิ่งที่ดีในจังหวะเวลาที่เหมาะสมคือ เป็นช่วงที่ราคาสินค้าเกษตรในภาพรวมมีแนวโน้มปรับตัวลดลง ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนด้านรายได้ให้กับเกษตรกรได้ในระดับหนึ่ง

















                                                                                                                                                 ​  ขอบคุณภาพจาก  Shutterstock.com​

 

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest