Display mode (Doesn't show in master page preview)

12 กุมภาพันธ์ 2563

Econ Digest

โคโรนาไวรัสระบาดในจีน กระทบถึงเศรษฐกิจอาเซียน 2.4-3.4 พันล้านดอลลาร์ฯ

​             เศรษฐกิจอาเซียนและจีนมีความสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนาน  และด้วยความใกล้ชิดกันทางภูมิศาสตร์ ส่งผลให้การเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างจีนและอาเซียนมีความแนบแน่นขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ดี ผลกระทบจากการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน อาจเป็นปัจจัยซ้ำเติมให้เศรษฐกิจจีนมีความเสี่ยงที่จะชะลอตัวในระดับค่อนข้างรุนแรง และส่งผ่านมายังเศรษฐกิจอาเซียนใน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ ภาคการส่งออก ภาคการท่องเที่ยว และภาคการลงทุนโดยตรง

             หากพิจารณาถึงสัดส่วนการพึ่งพาเศรษฐกิจจีนของประเทศในกลุ่มอาเซียนจะพบว่า เวียดนาม สิงคโปร์ ลาว และกัมพูชา มีสัดส่วนการพึ่งพาจากจีนในระดับสูง (>12.4%)  ขณะที่ ไทย มาเลเซีย และเมียนมา มีสัดส่วนการพึ่งพาในระดับปานกลาง (8.5-11%) ส่วน บรูไน ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย มีสัดส่วนการพึ่งพาในระดับต่ำ (< 3.1%) อย่างไรก็ดี ผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจในแต่ละประเทศอาจมีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็ง โครงสร้างเศรษฐกิจ ตลอดจนความสามารถในการปรับตัวในการลดทอนผลกระทบจากการชะลอลงของเศรษฐกิจจีน

             ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า หากการระบาดของโคโรนาไวรัส ยาวนานเกิน 3 เดือน (แต่ไม่เกิน 6 เดือน) เศรษฐกิจจีนอาจเติบโตต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ราว 1% และโดยอาจเติบโตที่ 4.7% ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอาเซียนคิดเป็นมูลค่าราว 2.4-3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็น 0.07-0.11% ของ GDP อาเซียนทั้งหมด ในส่วนของประเทศไทย ผลกระทบอาจอยู่ในระดับปานกลาง ความเสียหายอาจจะอยู่ในระดับ 500-700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นประมาณ 0.09-0.13% ของ GDP ทั้งปีของไทย

               ​อนึ่ง ผลกระทบดังกล่าวครอบคลุมเพียงผลกระทบโดยตรงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่มีต่อเศรษฐกิจอาเซียน ไม่นับรวมผลกระทบทางอ้อมต่างๆ  ดังนั้น ผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่มีต่อเศรษฐกิจอาเซียน อาจสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้


Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest