สรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาท
• เงินบาททำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบ 14 เดือนครึ่งท่ามกลางความตึงเครียดอีกระลอกในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ เงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ฟื้นกลับมาแข็งค่าขึ้นตามการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลกท่ามกลางความเสี่ยงที่สงครามในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อ หลังมีรายงานข่าวว่า สหรัฐฯ และอิหร่านปะทะกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา เงินบาทยังคงอ่อนค่าลงจนถึงในช่วงปลายสัปดาห์ โดยแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 14 เดือนครึ่ง ที่ 33.64 บาทต่อดอลลาร์ฯ ตามการร่วงลงของราคาทองคำในตลาดโลกที่หลุดแนว 4,000 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่มีปัจจัยบวกจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาค่อนข้างดี (อาทิ ยอดค้าปลีก จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีภาคการผลิตในภูมิภาคมิด-แอตแลนติกของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย) ซึ่งหนุนการคาดการณ์ของตลาดว่า แนวโน้มนโยบายการเงินของเฟดจะยังคงเป็นแบบคุมเข้มในระยะข้างหน้าเพื่อสกัดความเสี่ยงเงินเฟ้อ
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 20-24 ก.ค. 2569 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.30-33.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุม ECB ทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับภาคการผลิตและบริการในเดือนก.ค. ของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น อังกฤษและยูโรโซน การประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของธนาคารกลางจีน ตลอดจนอัตราเงินเฟ้อเดือนมิ.ย. ของอังกฤษและญี่ปุ่น
สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
• ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นจากสัปดาห์ก่อนท่ามกลางแรงซื้อต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้ SET index ปรับตัวขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนหลัก ๆ จากหุ้นกลุ่มแบงก์ซึ่งมีแรงซื้อเข้ามาก่อนการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 รวมถึงหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ และปธน. สหรัฐฯ มีแนวคิดจะเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวกรอบแคบในเวลาต่อมา แต่ขยับขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ โดยขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี 5 เดือนที่ระดับ 1,642.14 จุด ท่ามกลางแรงซื้อต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้ ตัวเลข CPI และ PPI เดือนมิ.ย. ของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ก็เป็นอีกปัจจัยที่หนุนตลาดหุ้นไทยด้วยเช่นกัน เนื่องจากตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับการเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยยังปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่องในช่วงท้ายสัปดาห์สวนทางภาพรวมตลาดหุ้นภูมิภาค จากแรงซื้อหุ้นบริษัทด้านพลังงานรายใหญ่แห่งหนึ่งจากคาดการณ์เรื่องแนวโน้มผลประกอบการ
• สัปดาห์ที่ 20-24 ก.ค. 2569 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,600 และ 1,575 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,645 และ 1,670 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขส่งออกเดือนมิ.ย. ของไทย ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบจ.ไทย โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนก.ค. (เบื้องต้น) ของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ การกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR เดือนก.ค. ของจีน การประชุม ECB ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิ.ย. ของญี่ปุ่น
Scan QR Code
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น