Display mode (Doesn't show in master page preview)

5 กุมภาพันธ์ 2563

Econ Digest

วิกฤติภัยแล้ง ปี 63 ส่อ...รุนแรง ยาวนานขึ้น

​​          สถานการณ์ภัยแล้งในฤดูกาลปี 2563 (ม.ค.-เม.ย. 2563) เกิดขึ้นเร็วกว่าปีก่อน และส่อเค้าความรุนแรง ยาวนานมากขึ้น จากปริมาณน้ำในเขื่อน ณ 16 ม.ค. 2563 ที่ลดลง 33.1% (YoY) ซึ่งเป็นการลดลงในแทบทุกภาคของประเทศ และยังเป็นระดับที่วิกฤติกว่าปี 2558 ที่เกิดภัยแล้งรุนแรงอีกด้วย

          ข้าวนาปรัง มันสำปะหลัง และอ้อย เป็นพืชฤดูแล้งที่ผลผลิตได้รับความเสียหายหนักที่สุด ซึ่งอาจช่วยผลักดันให้ราคาพืชฤดูแล้งกลุ่มนี้ปรับตัวสูงขึ้นในระยะสั้น (ม.ค.-เม.ย. 2562) โดยคาดว่าข้าวจะปรับเพิ่มขึ้น 8.2-11.4% (YoY) มันสำปะหลังปรับเพิ่มขึ้น 2.3-5.4% (YoY) และอ้อยปรับเพิ่มขึ้น 26.0-29.7% (YoY) แต่ด้วยแรงฉุดจากปริมาณผลผลิตที่ลดลงทำให้รายได้เกษตรกรช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ หดตัวอยู่ในกรอบ 0.5-1.0% (YoY) ซึ่งนอกจากภัยแล้งจะกระทบต่อภาคการผลิตในประเทศแล้ว ยังส่งผลต่อเนื่องถึงภาคการส่งออกที่อาจขาดแคลนผลผลิตเพื่อการส่งออก ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงที่ความต้องการในตลาดโลกชะลอตัวลง

           ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ผลกระทบในเบื้องต้นของภัยแล้งปี 2563 อาจทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ ราว 17,000-19,000 ล้านบาท หรือประมาณ 0.10-0.11% ของ GDP ซึ่งเป็นการประเมินความเสียหายของข้าวนาปรัง มันสำปะหลัง และอ้อยเป็นหลัก ทั้งนี้ ยังต้องติดตามระดับความรุนแรงของภัยแล้งโดยเฉพาะในเดือนมี.ค.-เม.ย. และระยะเวลาการเกิดภัยแล้งที่อาจลากยาวไปในช่วงแล้งนอกฤดูกาล จนกระทบต่อภาพรวมความสูญเสียทางเศรษฐกิจทั้งปีนี้ให้อยู่ในภาวะวิกฤติมากขึ้น

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest