Display mode (Doesn't show in master page preview)

21 ตุลาคม 2569

Econ Digest

ประชุม FOMC วันที่ 27-28 ต.ค. 2569 คาด Fed คงดอกเบี้ยที่ 3.75-4.00% และปรับขึ้นในเดือน ธ.ค. 2569 หากเงินเฟ้อยังไม่คลี่คลาย

คะแนนเฉลี่ย


ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาด Fed คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.75-4.00% ในการประชุมวันที่ 27-28 ต.ค. 2569 หลังปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนก.ย.

  • การปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล โดยเฉพาะระยะยาว อาจช่วยลดความจำเป็นในการเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในระยะสั้น เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจและครัวเรือนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลชะลอการบริโภคและการลงทุน อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามว่าต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจะส่งผ่านไปยังภาคเศรษฐกิจจริงมากน้อยเพียงใด
  • ตลาดแรงงานสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว แต่ยังไม่ถึงขั้นหดตัวรุนแรง โดยอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.2% ขณะที่การจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ สะท้อนว่า Fed ต้องระมัดระวังมากขึ้นในการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ท่ามกลางความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะชะลอตัว
  • ถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ประธาน Fed ในการประชุม IMF-World Bankสะท้อนว่าพัฒนาการทางเศรษฐกิจโดยรวมยังเป็นไปตามที่ Fed ประเมินไว้ ส่งผลให้ตลาดลดความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค. 2569
  • อย่างไรก็ตาม แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังเป็นข้อจำกัดการดำเนินนโยบายการเงิน โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนก.ย. 2569 เร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 3.7% YoY จากปัจจัยด้านราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นหลัก ประกอบกับเงินเฟ้อพื้นฐานโดยเฉพาะในภาคบริการที่มีความหนืด

คาด Fed ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งในเดือนธ.ค. 2569 หากแรงกดดันเงินเฟ้อที่สูงยังไม่คลี่คลาย ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ

  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคาดว่า Fed มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค. 2569 เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายในระยะอันใกล้ ส่งผลให้ราคาพลังงานมีความผันผวนและมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง
  • ความเสี่ยงสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน แต่เป็นการส่งผ่านต้นทุนดังกล่าวไปยังราคาสินค้าและบริการ รวมถึงการคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะข้างหน้า ซึ่งหากแรงกดดันเงินเฟ้อขยายวงกว้างและยืดเยื้อ Fed อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้เงินเฟ้อฝังตัวในระบบเศรษฐกิจ และรักษาความน่าเชื่อถือของนโยบายการเงิน
  • อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับตัวสูงขึ้น และสัญญาณชะลอตัวของตลาดแรงงานอาจจำกัดขอบเขตการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed โดยหากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นเริ่มส่งผลกระทบต่อการบริโภค การลงทุน และการจ้างงานชัดเจนขึ้น Fed อาจต้องชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย แม้เงินเฟ้อจะยังสูงกว่าเป้าหมาย

    สำหรับปี 2570 ทิศทางนโยบายการเงินของ Fed ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของแรงกดดันเงินเฟ้อ และความสามารถของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในการรองรับภาวะการเงินที่ตึงตัว
  • ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและแนวโน้มราคาพลังงาน ตลอดจนผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่อาจมีนัยต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจและความขัดแย้งระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ผลการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียวจะยังไม่ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้น
  • ขณะเดียวกัน การลงทุนด้าน AI ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่ก็เป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามหากการลงทุนดังกล่าวชะลอลง โดยเฉพาะเมื่อภาคเศรษฐกิจอื่นเริ่มได้รับผลกระทบจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีความเปราะบางมากกว่าที่ตัวเลขการเติบโตโดยรวมสะท้อน
  • ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว Fed จะเผชิญความท้าทายมากขึ้นในการรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อและการประคองเศรษฐกิจ โดยเฉพาะหากแรงกดดันเงินเฟ้อยังคงสูง ขณะที่ตลาดแรงงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงพร้อมกัน​

​​

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest