Display mode (Doesn't show in master page preview)

19 ตุลาคม 2569

Econ Digest

มีเทนในธุรกิจน้ำมันอาเซียน: อาจสร้างมูลค่าเพิ่มได้ 87 ล้านดอลลาร์ฯ ต่อปี

คะแนนเฉลี่ย


  • มีเทนมีศักยภาพทำให้โลกร้อนมากกว่า CO₂ ราว 80 เท่า ในช่วง 20 ปี (GWP-20) และคิดเป็นประมาณ 30% ของภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ยุคก่อนอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดอาเซียนปล่อยมีเทนประมาณ 755 MtCO₂e  และภายใต้ scenario การจำกัดไม่ให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส อาเซียนต้องลดการปล่อยมีเทนลง 70% ภายในปี 2030 โดยสามารถหวังผลการลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากภาคพลังงานเป็นหลัก โดยเฉพาะจากอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซซึ่งคิดเป็นประมาณ 10% ของทั้งหมด 
  • ถึงแม้ภาคเกษตรกรรมจะเป็นแหล่งปล่อยก๊าซมีเทนในสัดส่วนมากที่สุดของอาเซียน (46%) แต่ในภาค Oil & Gas (ประมาณ 76 MtCO₂e) มีเทนถูกปล่อยมาจากกิจกรรมต้นน้ำใน 4 ประเทศผู้ผลิตหลัก ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม ซึ่งมีศักยภาพในการกำกับดูแลเพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้ดีกว่าภาคส่วนอื่นๆ จาก 3 เหตุผลสำคัญได้แก่ (1) กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มธุรกิจเดียวทำให้สะดวกต่อการกำกับดูแล (2) สามารถลดการปล่อยมีเทนได้ด้วยต้นทุนต่ำสุดจากเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิม เช่น การตรวจหาและซ่อมแซมการรั่วไหล (LDAR),  การลดการปล่อยก๊าซมีเทนทิ้งโดยตรง (venting) และการกู้ก๊าซจากเดิมต้องเผาทิ้ง (flaring) กลับมาใช้ และ (3) สามารถนำก๊าซมีเทนที่ลดได้กลับมาขาย หรือใช้ประโยชน์ได้ต่อ 
  • หากดำเนินการนำไปใช้ประโยชน์ได้ อาเซียนสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากก๊าซมีเทนได้ราว 87 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 2.9 พันล้านบาท) อย่างไรก็ดี ประเทศในอาเซียนยังคงขาดระบบที่สมบูรณ์ในการตั้งเป้า-การกำหนดกฎระเบียบ-การรายงาน-การกำหนดแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ เพื่อเตรียมความพร้​อมในการลดการปล่อยมีเทน โดยสำหรับประเทศไทย มีจุดแข็งจากระบบการกำกับดูแลและระบบการรายงานข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ค่อนข้างพร้อม แต่ยังขาดการกำหนดให้แจกแจงรายละเอียดของก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะ ก๊าซมีเทน ซึ่งมีผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนสูง โดยเป็นการรวมรายงานใน scope 1 ทั้งหมด 
  • ทั้งนี้ ประเทศไทย ปัจจุบันมีการรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซมีเทนในภาค Oil & Gas ประมาณ 7.9 MtCO₂e จากปริมาณการปล่อยรวมราว 88 MtCO₂e โดยเป็นข้อมูลประมาณการเบื้องต้น โดยหากจะพัฒนาให้มีการรายงานข้อมูล อาจไม่จำเป็นต้องสร้างระบบการรายงานการปล่อยก๊าซมีเทนใหม่ทั้งหมด แต่สามารถต่อยอดระบบการรายงานเดิมของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้แยกรายงานก๊าซมีเทนได้ในทันที หลังจากนั้นจึงอาจพัฒนาระบบกำกับดูแลและกำหนดมาตรฐานกระบวนการวัด-รายงาน-ทวนสอบ (MRV) แล้วจึงค่อยพัฒนาต่อยอดเป็นการให้แรงจูงใจ หรือเพิ่มความเข้มงวดผ่านการกำหนดกลไกทางราคาสำหรับการปล่อยก๊าซมีเทนได้ต่อไปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและไม่ให้เป็นภาระแก่ภาคธุรกิจมากเกินไป

​

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest