o อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเดือนก.พ. 2569 อยู่ที่ -0.88%YoY ติดลบสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี โดยมีประเด็นหลัก ดังนี้
- ดัชนีราคาพลังงานปรับลดลงอยู่ที่ -8.3%YoY (Contribution to inflation:
-1.0%) ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งเงินเฟ้อไทยให้ติดลบ ตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับลดลง และมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพของรัฐบาล ส่งผลให้ราคาพลังงานในประเทศเดือนก.พ. ปรับลดลงจากปีก่อนหน้า อาทิ ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 29.94 บาทต่อลิตร (-9.1%YoY) และค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย (-6.5%YoY) อย่างไรก็ดี ราคาพลังงานโลกในระยะข้างหน้ามีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งยังขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อและรุนแรงของสถานการณ์
- ดัชนีราคาอาหารสดปรับลดลงที่ -1.2%YoY (Contribution to inflation:
-0.2%) โดยเฉพาะดัชนีราคาผักและผลไม้ที่ปรับลดลง -2.4%YoY อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2/2569 เป็นต้นไป ราคาอาหารสดมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจากความเสี่ยงที่จะเข้าภาวะเอลนีโญที่อาจส่งผลให้น้ำที่ใช้สำหรับเพาะปลูกนั้นลดลงจากปีก่อนหน้า ซึ่งทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลงและผลักดันให้ราคาปรับขึ้น นอกจากนี้ ความขัดแย้งในพื้นที่ในแถบตะวันออกกลางยังกดดันราคาปุ๋ยในตลาดโลกให้ปรับสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อต้นทุนการเพาะปลูกของเกษตรกร
o ในปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการเงินเฟ้อไทยอยู่ที่ 0.4% อย่างไรก็ดีมีความเป็นไปได้ที่เงินเฟ้อจะปรับสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยยังขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อและระดับความรุนแรงของสถานการณ์ รวมถึงมาตรการพยุงราคาสินค้าในประเทศของรัฐบาล โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
- หากสถานการณ์คลี่คลายได้รวดเร็ว และราคาน้ำมันดิบโลกปรับขึ้นเหนือ 80 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรลเพียงชั่วคราว ก่อนลดลงมาอยู่ที่ราว 60-70 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรลในช่วงที่เหลือของปี คาดว่าผลกระทบต่อเงินเฟ้อจะมีจำกัด โดยภาครัฐยังสามารถใช้กลไกดูแลเสถียรภาพราคาผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ช่วยรับภาระต้นทุนก๊าซธรรมชาติล่วงหน้า ส่งผลให้ราคาพลังงานในประเทศยังมีแนวโน้มทรงตัว
- หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกินกว่า 3 เดือน และราคาน้ำมันดิบโลกเฉลี่ยในปีนี้ปรับเพิ่มเป็น 80 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล จากกรณีฐานที่ 62 ดอลลาร์ฯ คาดว่าจะมีผลต่อเงินเฟ้อไทยให้เพิ่มสูงขึ้นราว 1.0% โดยไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสุทธิสูงถึง 70% โดยเฉพาะน้ำมันดิบที่กว่า 60% นำเข้าจากตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อราคาพลังงานโลกปรับสูงขึ้น จึงกระทบต้นทุนภายในประเทศ เช่น ค่าไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซหุงต้ม (LPG) รวมถึงส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการ เช่น อาหารสำเร็จรูปและค่าขนส่ง
- การพยุงราคาสินค้าในประเทศของรัฐบาลอาจมีขีดจำกัด ท่ามกลางพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal space) ที่ลดลง โดยเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2569 รัฐบาลประกาศตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลที่ 29.94 บาท/ลิตร เป็นเวลา 15 วัน ผ่านกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่งมีสถานะกลับมาเป็นบวก ขณะที่ค่าไฟฟ้ายังอยู่ที่ 3.88 บาท/หน่วยจนถึงเดือนเม.ย. 2569 อย่างไรก็ดี หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ มีโอกาสที่ค่าไฟฟ้าอาจปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจาก กฟผ. ยังมีภาระหนี้จากการพยุงค่าไฟในช่วงวิกฤตพลังงานในปี 2565 นอกจากนี้ ความสามารถของรัฐบาลในการออกมาตรการบรรเทาค่าครองชีพ โดยเฉพาะต่อกลุ่มเปราะบางอาจมีน้อยลงจากงบประมาณปี 2569 ที่เหลือจำกัด และยังมีความเสี่ยงที่งบประมาณปี 2570 จะล่าช้ากว่าเดือนต.ค. ราว 1-2 เดือน
Scan QR Code
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น