Display mode (Doesn't show in master page preview)

11 กันยายน 2562

Econ Digest

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดเงิน ตลาดทุนประจำวันนี้

​ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม:
  ความคืบหน้าการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน ซึ่งคาดว่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น สถานการณ์ BREXIT ซึ่งนายกรัฐมนตรียังยืนยันที่จะไม่เจรจากับ EU เพื่อขอเลื่อนกำหนด BREXIT รวมถึงรายงานสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ของ EIA นอกจากนี้ อาจต้องติดตามสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของสหรัฐฯ หลังปธน. ทรัมป์ปลดที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนส.ค. 



เงินบาทตลาดในประเทศทรงตัวในกรอบแคบ (10 ก.ย.) อย่างไรก็ดี ตลาดยังรอประเมินปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพฤหัสบดีนี้
ส่วนเช้าวันนี้ (11 ก.ย.) เงินบาทปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 30.62 บาทต่อดอลลาร์ฯ**  ​



ตลาดหุ้นไทยปิดลบ โดยมีแรงฉุดจากหุ้นกลุ่มสื่อสาร ประกอบกับมีแรงเทขายของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ
ตลาดหุ้นต่างประเทศปิดปะปน โดยตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับขึ้นจากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มส่งออกและกลุ่มธนาคาร ส่วนตลาดหุ้นจีนปิดลบ โดยถูกฉุดจากการเปิดเผยข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนส.ค.ที่ปรับตัวลงต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดปะปน โดยมีแรงหนุนจากรายงานข่าวที่ว่าจีนได้ยื่นข้อเสนอจะซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ดัชนี NASDAQ ปิดลบจากแรงฉุดของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ​



ราคาน้ำมันลดลงเล็กน้อย ท่ามกลางแรงขายทำกำไร ประกอบกับมีปัจจัยกดดันจากรายงานข่าวที่ระบุว่า นายจอห์น โบลตันที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ มีความขัดแย้งกับปธน. ทรัมป์จนต้องลาออกจากตำแหน่ง ขณะที่ราคาทองคำลดลงต่อเนื่อง หลังเงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลหลัก


ที่มา: ธปท., Bisnews, www.bloomberg.com รวบรวมโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย

หมายเหตุ: *อัตราอ้างอิงจากธปท.  **ข้อมูล ณ เวลา 8.25 น.                             

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest