Display mode (Doesn't show in master page preview)

25 พฤษภาคม 2569

Econ Digest

การส่งออกไทยในเดือนเม.ย. 2569 ยังเติบโตแข็งแกร่งจากแรงหนุน AI แต่การนำเข้าที่เร่งตัวแรงกว่าอาจกดดันดุลการค้าในระยะต่อไป

คะแนนเฉลี่ย
o    การส่งออกไทยเดือนเม.ย. 2569 ขยายตัวสูงที่ 23.1%YoY เร่งขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สะท้อนแรงส่งจากวัฏจักรการลงทุนใน AI และการเร่งส่งออกสินค้าในบางกลุ่มยังคงมีบทบาทสำคัญต่อภาคการค้าของไทย แม้ปัจจัยสนับสนุนบางส่วนอาจเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว (รูปที่ 1) 
-    การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการส่งออกไทย โดยขยายตัวเร่งขึ้นที่ 64.6%YoY (contribution to growth 13.2%) นำโดยการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ ที่ขยายตัวสูง 93.8%YoY สะท้อนแรงหนุนจากการที่สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ยังไม่ถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน อุปสงค์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล (Data Center) ยังคงเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์และส่วนประเกอบ และอุปกรณ์สื่อสารkl
- การส่งออกสินค้าเกษตรกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือนที่ 17.9%YoY นำโดยการส่งออกผลไม้สดไปจีนที่ขยายตัวสูงถึง 102.7%YoY โดยเฉพาะการส่งออกทุเรียนที่เพิ่มขึ้นทั้งด้านปริมาณและราคาเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายที่ช่วยให้เข้าถึงผู้บริโภคปลายทางได้มากขึ้น เช่น การขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
- การส่งออกไปตะวันออกกลางพลิกกลับมาขยายตัวที่ 19.3%YoY โดยมีแรงหนุนหลักจากการส่งออกทองคำ ตามความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) ที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค อย่างไรก็ดี หากหักผลของการส่งออกทองคำออก การส่งออกไปตะวันออกกลางยังคงหดตัวราว -28.7%YoY สะท้อนว่าแรงส่งยังไม่กระจายตัวในวงกว้าง ทั้งนี้ ในช่วงเดือนเม.ย.มีการหยุดยิงชั่วคราว ทำให้เกิดการเร่งส่งออกทองคำและสินค้าบางประเภท เช่น เครื่องปรับอากาศไปยังตุรกี เพื่อใช้เป็นฐานกระจายสินค้าและเตรียมรองรับความต้องการใช้เครื่องปรับอากาศที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อน 
o    อย่างไรก็ดี ภาพของภาคการค้าไทยไม่ได้สะท้อนเพียงการส่งออกที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังเห็นการนำเข้าที่เร่งตัวแรงกว่ามาก โดยการนำเข้าในเดือนเม.ย. 2569 ขยายตัวสูงในอัตราสูงสุดในรอบกว่า 4 ปีที่ 45.0%YoY สะท้อนทั้งผลของราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น และการลงทุนในกลุ่ม AI/Data Center  (รูปที่ 2)
- การนำสินค้าเชื้อเพลิงปรับขยายตัวสูงถึง 128.6%YoY ตามราคาพลังงานในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากผลของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในเดือนเม.ย. เฉลี่ยอยู่ที่ราว 117 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้น 72.2%YoY ส่งผลให้ไทยนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 169.2%YoY (contribution to growth 14.0%)
- การนำเข้าส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวสูงถึง 121.8%YoY สอดคล้องกับการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะสินค้าที่มีความเกี่ยวเนื่องกับกระแส AI และ data center นอกจากนี้ มีข้อสังเกตว่า การนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อีกส่วนหนึ่งเพื่อนำมาสนับสนุนการลงทุน Data Center ในประเทศ อาทิ หน่วยเก็บข้อมูล (Storage units) และหน่วยประมวลผล (Servers) รวมถึงแผงวงจรไฟฟ้า (ICs) ซึ่งเป็นส่วนประกอบของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ใน Data Center สอดคล้องกับตัวเลขการขอยื่นรับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลที่สูงถึง 8.7 แสนล้านบาทในไตรมาส 1/2569

        ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการภาพรวมการส่งออกไทยในปี 2569 ที่ 8.2% จากแรงหนุนของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง โดยได้รวมความเสี่ยงที่สหรัฐฯ อาจพิจารณาใช้มาตรา 301 แล้ว ซึ่งอาจส่งผลให้การส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ 
        ในด้านการนำเข้า ยังคงประมาณการที่ 13.9% ตามแรงหนุนจากส่งออกและลงทุนในประเทศ อย่างไรก็ดี การนำเข้าสินค้าเชื้อเพลิงมีแนวโน้มชะลอลงในระยะข้างหน้า หากความตึงเครียดในตะวันออกกลางไม่ได้ยกระดับขึ้น และราคาพลังงานย่อตัวลง แม้จะไม่กลับไปในระดับเดียวกันกับก่อนเกิดความตึงเครียดก็ตาม 
        โดยสรุป แม้การส่งออกไทยยังได้รับแรงหนุนจากวัฏจักร AI/Data Center และการลงทุนที่เกี่ยวเนื่อง แต่การเร่งตัวของการนำเข้าที่สูงกว่า โดยเฉพาะในหมวดพลังงานและสินค้าทุน มีแนวโน้มทำให้ดุลการค้า (ตามระบบดุลการชำระเงิน) ชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญในระยะต่อไป

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น