Display mode (Doesn't show in master page preview)

5 กุมภาพันธ์ 2569

Econ Digest

เงินเฟ้อไทยเดือนม.ค. 2569 ติดลบที่ -0.66% ยังคงคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2569 ที่ 0.4%

คะแนนเฉลี่ย
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเดือนม.ค. 2569 ยังติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 และในอัตราที่เพิ่มขึ้นที่ -0.66%YoY จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ -0.28% ส่วนหนึ่งจากฐานสูงในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีรายละเอียดดังนี้ 
  • ดัชนีราคาพลังงานปรับลดลงที่ -8.4% YoY (Contribution to inflation: -1.0%) โดยดัชนีราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศปรับลดลงที่ -10.1% YoY (Contribution to inflation: -0.7%) ตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกและมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพจากทางภาครัฐ โดยราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลปรับลดลงที่ -8.3% YoY จาก 32.8 บาทต่อลิตรมาอยู่ที่ราว 30 บาทต่อลิตร ขณะที่ดัชนีราคาค่าไฟฟ้า เชื้อเพลิงและน้ำประปา ปรับลดลงที่ -4.7% YoY (Contribution to inflation -0.2%) สอดคล้องกับอัตราค่าไฟฟ้าปรับลดลงที่ -6.5% YoY จาก 4.15 บาทต่อหน่วยมาอยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย 
  • ดัชนีราคาอาหารสดหลายรายการยังปรับลดลงต่อเนื่อง โดยดัชนีราคาไข่สดปรับลดลงที่ -3.1% YoY ดัชนีราคาข้าวสารปรับลดลงที่ -0.6% YoY และดัชนีราคาผักผลไม้สดปรับลดลงที่ -0.1% YoY ท่ามกลางภาวะอุปทานล้นตลาด 
  • ดัชนีราคาของใช้ส่วนบุคคลและการแพทย์ปรับลดลงที่ -1.3% YoY (Contribution to inflation: -0.1%) อาทิ แชมพู ผงซักฟอก จากมาตรการส่งเสริมการตลาดของผู้ประกอบการ Modern Trade รายใหญ่ ท่ามกลางอุปสงค์ในประเทศที่ชะลอลง 

        ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการเงินเฟ้อทั่วไปของไทยปี 2569 ที่ 0.4% จากแนวโน้มราคาอาหารสดที่อาจปรับเพิ่มสูงขึ้นได้บางรายการและเงินเฟ้อพื้นฐานที่คาดว่าจะยังเป็นบวก แม้ยังเผชิญแรงกดดันฝั่งอุปทานจากราคาพลังงาน โดยคาดว่าเงินเฟ้ออาจพลิกกลับมาเป็นบวกได้ในไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป ส่วนหนึ่งจากฐานที่ต่ำในปีก่อนหน้า และการฟื้นตัวของราคาอาหารสดบางรายการ ท่ามกลางแนวโน้มภาวะเอลนีโญ 

  • ราคาน้ำมันดิบคาดว่าจะปรับลดลงจากปีก่อนหน้า ภายใต้สมมุติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ราว 62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเฉลี่ย 68.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปีก่อนหน้า โดยแม้ความเสี่ยงด้านปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันเผชิญความผันผวน แต่ภาวะอุปทานน้ำมันส่วนเกินในตลาดโลกคาดว่าจะยังเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันในระยะข้างหน้า 
  • ราคาน้ำมันในประเทศมีแนวโน้มปรับลดลงได้บ้าง ตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ค่าเงินบาทแข็งค่า และมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพจากทางภาครัฐ โดยราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลได้ปรับลดลง 50 สตางค์ มาอยู่ที่ 29.94 บาทต่อลิตรตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. 2569 ซึ่งต่ำกว่าฐานค่าเฉลี่ยปี 2568 ที่อยู่ที่ 31.9 บาทต่อลิตร และยังมีแนวโน้มปรับลดได้เพิ่มเติมในช่วงที่เหลือของปี ท่ามกลางฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงวันที่ 1 ก.พ. 2569 ที่พลิกกลับมาเป็นบวกที่ 505 ล้านบาท 
  • ค่าไฟฟ้ามีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปี 2568 ที่ราว 4 บาทต่อหน่วยอย่างต่อเนื่อง โดย กกพ. มีมติปรับลดค่าไฟงวด ม.ค.-เม.ย. 2569 เหลือ 3.88 บาทต่อหน่วย และคาดว่าจะตรึงระดับดังกล่าวต่อเนื่องในงวด พ.ค.-ส.ค. 2569 ท่ามกลางต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลงและค่าเงินบาทที่แข็งค่า ขณะที่ในงวด ก.ย.-ธ.ค. 2569 ค่าไฟมีโอกาสปรับลดลงได้อีกเล็กน้อยตามแนวนโยบายของพรรคการเมืองต่าง ๆ อย่างไรก็ดี การปรับลดจะขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการจัดตั้งรัฐบาลและการออกมาตรการ ซึ่งคาดว่าจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป 
  • ราคาอาหารสดบางรายการคาดว่าจะปรับสูงขึ้นจากปีก่อน โดยในไตรมาส 1/2569 ราคาอาหารสดในภาพรวมยังมีแนวโน้มทรงตัว เนื่องจากผลผลิตยังออกมาดี แต่ตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไปราคาอาหารสดอาจได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มภาวะเอลนีโญที่อาจก่อให้เกิดภัยแล้งและอากาศร้อนจัด ซึ่งอาจกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรให้ลดลง เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ผลผลิตอยู่ในระดับดี ซึ่งปัจจัยดังกล่าวบวกกับฐานที่ต่ำในปีก่อนหน้าอาจหนุนให้ราคาสินค้าเกษตร เช่น ไข่ไก่และผักสดบางรายการ ขยับราคาขึ้นได้บ้างในช่วงไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป แม้ยังเผชิญแรงกดดันบางส่วนจากการนำเข้าสินค้าจากจีน โดยเฉพาะในกลุ่มผักผลไม้สด 
  • อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะยังคงเป็นบวกแต่ในอัตราชะลอลง สะท้อนจากแนวโน้มที่เริ่มชะลอในไตรมาส 4/2568 โดยราคาสินค้าหลายรายการ โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นแต่ในอัตราที่ชะลอลง เช่น อาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่มที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์ และเครื่องปรุงรส สอดคล้องกับกำลังซื้อในประเทศที่ยังเปราะบาง และการขาดมาตรการกระตุ้นการบริโภคเพิ่มเติม ขณะที่การทยอยฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการแข่งขันที่สูงในตลาดโลกคงส่งผลให้ราคาในหมวดท่องเที่ยว ทั้งราคาที่พักแรมและค่าโดยสาร ปรับเพิ่มขึ้นได้จำกัด 

        ขณะที่ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านเงินฝืด โดยสัดส่วนรายการสินค้าในตระกร้าเงินเฟ้อที่ราคาปรับลดลงเห็นการขยายวงกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางอุปสงค์ที่ชะลอลงและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นของผู้ประกอบการจากสินค้านำเข้า อย่างไรก็ดี ปัจจุบันเงินเฟ้อไทยอาจยังไม่ได้ถือว่าอยู่ในภาวะเงินฝืดอย่างชัดเจน แต่ถือว่าอยู่ในภาวะเงินเฟ้อต่ำและมีแรงกดดันเงินด้านเงินฝืดเพิ่มขึ้น เนื่องจากเงินเฟ้อพื้นฐานของไทยยังคงเป็นบวกและการบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัวได้ ซึ่งปกติจะถือว่าเข้าสู่ภาวะเงินฝืดก็ต่อเมื่อเห็นเงินเฟ้อพื้นฐานติดลบต่อเนื่อง และอุปสงค์รวมหดตัวอย่างชัดเจน

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น