Display mode (Doesn't show in master page preview)

25 สิงหาคม 2563

Econ Digest

เศรษฐกิจโลกยังเสี่ยงสูง! ฉุดส่งออกไทย…คาดปี 63 -12%

​       ส่งออกไทย 7 เดือนแรกปี 2563 หดตัวที่ 7.7% YoY โดยการส่งออกในเดือนก.ค. อยู่ที่ 18,819 ล้านเหรียญฯ หดตัว 11.4% YoY ซึ่งหากหักการส่งออกสินค้าเกี่ยวกับน้ำมัน ทองคำ และอาวุธฯ การส่งออกจะหดตัวที่ 13.0% YoY โดยการส่งออกทองคำพลิกกลับมาขยายตัวในเดือนก.ค. ตามราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันยังคงหดตัวต่อเนื่อง สำหรับสินค้าส่งออกที่ขยายตัวได้ยังคงเป็นกลุ่มที่มีการขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อน เช่น ทูน่ากระป๋อง อาหารสัตว์เลี้ยง ถุงมือยาง ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด

        หากพิจารณาตลาดส่งออกของไทย พบว่า สหรัฐฯ เป็นตลาดหลักเพียงตลาดเดียวที่มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยขยายตัวเป็นบวกในเดือนก.ค. ที่ 17.8% YoY โดยการส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ขยายตัวได้ดีเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน จากการการส่งออกเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รวมถึงผลิตภัณฑ์ยางที่เพิ่มขึ้นมาก ขณะที่การส่งออกของไทยไปจีนพลิกกลับมาหดตัวเล็กน้อยในเดือนก.ค. ที่ 2.7% YoY จากผลกระทบของการแพร่ระบาดรอบใหม่ รวมทั้งปัญหาอุทกภัยในแหล่งการผลิตสำคัญอย่างมณฑลอู่ฮั่น ซึ่งสินค้าหลักที่หดตัวสูง ได้แก่ เม็ดพลาสติก รถยนต์ และยางพารา

         แม้การส่งออกไทยในเดือนก.ค. จะหดตัวลดลงเมื่อเทียบกับ 2 เดือนก่อนหน้า แต่ท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นจากการแพร่ระบาดที่ยังไม่สามารถควบคุมได้และความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น กอปรกับมีแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ปรับประมาณการการส่งออกสินค้าไทยปี 2563 จากคาดการณ์เดิมที่หดตัว 6.1% YoY เป็นมีแนวโน้มหดตัว 12.0% YoY อนึ่ง การนำเข้าของไทยเดือนก.ค. หดตัวในอัตราเร่งขึ้นที่ 26.4% YoY โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปที่หดตัว 24.1% YoY สะท้อนถึงยอดคำสั่งซื้อสินค้าส่งออกในช่วงสิ้นปีจะยังหดตัวอยู่

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest