Display mode (Doesn't show in master page preview)
โควิด-19 ระลอกใหม่ ป่วนการท่องเที่ยวระหว่างประเทศทั่วโลกและไทยในช่วงที่เหลือของปี 2564
Linked Slide
เมื่อธุรกิจร้อนเงินควรทำอย่างไร?
Linked Slide
การใช้งาน Health Tech ในไทยมีศักยภาพเติบโต ตามความต้องการบริการสุขภาพที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
Linked Slide
วัคซีน ฉีดแล้ว ลดโอกาสป่วยและเสียชีวิต แต่อย่าการ์ดตก นะ
Linked Slide
กัญชง...การเป็นพืชเศรษฐกิจแห่งอนาคตตัวใหม่ ยังขึ้นกับหลายเงื่อนไข
Linked Slide
KResearch : วิเคราะห์ข่าวเช้าเศรษฐกิจ
Linked Slide
เส้นทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2564 หลังมีวัคซีน (แถลงข่าว 8 มีนาคม 2564)
Linked Slide
podcast1
Linked Slide
ประเด็นการเงินปี 2564
Linked Slide
FreeMemberEng
Linked Slide
Leading Business Insight Partner
Linked Slide

เศรษฐกิจ

ดูทั้งหมด

27 กันยายน 2564

เศรษฐกิจต่างประเทศ

คาดค้าชายแดนไทยปี’64 ฝ่าวิกฤตเติบโตกว่า 28%... ตลาดจีนตอนใต้ขึ้นแท่นอันดับ 1 เป็นครั้งแรก (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 3271)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2564 เติบโตสูงร้อยละ 38 ส่วนหนึ่งอานิสงส์จากฐานที่ต่ำ ซึ่งผลของฐานจะเริ่มหายไปส่งผลให้ในช่วงที่เหลือของปีชะลอลงเล็กน้อย ประกอบกับเศรษฐกิจในหลายประเทศมีสัญญาณพื้นตัวจากโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า โดยเฉพาะการส่งออกไปจีนตอนใต้ทำให้คาดว่าการส่งออกชายแดนและผ่านแดนของไทยตลอดปี 2564 จะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 28 ทำสถิติใหม่ที่ราว 980,000 ล้านบาท และมีโอกาสขยายตัวถึงร้อยละ 33 แตะมูลค่าสูงถึง 1,020,000 ล้านบาท เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ถ้าหากทุกตลาดสามารถเร่งตัวดีต่อไป...อ่านต่อ

22 กันยายน 2564

เศรษฐกิจต่างประเทศ

ส่องจังหวะการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินอาเซียน หลังจากสหรัฐฯ ส่งสัญญาณในการปรับลดขนาดมาตรการ QE (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 3269)

สถานการณ์การระบาดของโควิดเริ่มมีทิศทางผ่อนคลายลงโดยเฉพาะในประเทศกลุ่มพัฒนาแล้ว ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศเหล่านั้นกลับมาฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญและเติบโตเหนือระดับก่อนโควิด ตลาดแรงงานที่เริ่มกลับสู่ระดับปกติมากขึ้น ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อมีสัญญาณเร่งตัวเป็นปัจจัยที่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของตลาดการเงินโลกรวมทั้งตลาดการเงินของอาเซียนอีกครั้ง หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เริ่มส่งสัญญาณพิจารณาถึงการปรับลดขนาดของมาตรการ QE ที่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้และนำไปสู่คาดการณ์ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้นนโยบายสหรัฐฯ ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 3/2565 [1]ในทำนองเดียวกัน ธนาคารกลางยุโรปก็ได้ส่งสัญญาณที่จะลดขนาด QE ลงในการประชุมรอบล่าสุดที่ผ่านมา ขณะที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้เป็นธนาคารกลางแรกๆ ที่เริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมนโยบายการเงินเดือนสิงหาคม 2564 จากหลังเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นมาสู่ระดับ 2.6% ในเดือนสิงหาคม 2564 อันเป็นระดับสูงสุดในรอบ 9 ปี ตลอดจน การปรับขึ้นของหนี้ภาคครัวเรือนที่เป็นผลจากการระบาดของโควิดที่ส่งผลให้ระดับหนี้ครัวเรือนทะลุระดับ 100% ของจีดีพีเป็นครั้งแรก ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงของท่าทีการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด ธนาคารกลางยุโรป ตลอดจน ธนาคารกลางเกาหลีใต้ อาจเป็นภาพสะท้อนถึงทิศทางของคลื่นการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการเงินที่กำลังเข้าใกล้เศรษฐกิจอาเซียนมากขึ้นเรื่อยๆ...อ่านต่อ

21 กันยายน 2564

เศรษฐกิจต่างประเทศ

ในการประชุมวันที่ 21-22 ก.ย. นี้…เฟดน่าจะยังคงมีมุมมองต่อการปรับลด QE ไม่เปลี่ยนแปลงจากที่ตลาดรับรู้ไปแล้ว (มองเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3948)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.0-0.25% และน่าจะยังคงไม่ประกาศการลดวงเงิน QE (QE tapering) ในการประชุมนโยบายการเงินที่จะมีขึ้นในวันที่ 21-22 ก.ย. นี้ โดยเฟดน่าจะยังคงมีมุมมองต่อการปรับลด QE ไม่เปลี่ยนแปลงจากที่ตลาดรับรู้ไปแล้วว่าเฟดจะเริ่มลดวงเงิน QE ในสิ้นปีนี้ โดยในการประชุมนโยบายการเงินครั้งนี้ คาดว่าเฟดคงส่งสัญญาณผ่านถ้อยแถลงว่าเฟดมีมุมมองระมัดระวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลังจากเครื่องบ่งชี้เศรษฐกิจบางตัวออกมาต่ำกว่าที่คาด ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทานที่ยังคงกดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี คาดว่าเฟดคงมีมุมมองที่มั่นใจว่าในภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีโมเมนตัมการฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องและมีความคืบหน้าในการบรรลุเป้าหมายของเฟด ซึ่งถ้อยแถลงของเฟดคงจะเป็นการเน้นย้ำให้ตลาดยังคงคาดการณ์ว่าเฟดจะมีการเริ่มลดวงเงิน QE ในสิ้นปีนี้ตามที่ตลาดรับรู้ไปแล้วก่อนหน้านี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความตื่นตระหนกในตลาดและเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของเฟด โดยเฟดคงจะประกาศแผนลดวงเงิน QE ในการประชุมนโยบายการเงินครั้งหน้าในเดือนพ.ย. และเริ่มลดวงเงิน QE ในเดือนธ.ค. ที่จะถึงนี้ ...อ่านต่อ

แนวโน้มธุรกิจ

ดูทั้งหมด

28 กันยายน 2564

เกษตรกรรม

กระท่อม...ความท้าทายขึ้นอยู่กับอุปสงค์ในระยะแรกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 3272)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า จากการปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด ในระยะแรกนับว่าความสำเร็จของภาพรวมธุรกิจกระท่อมคงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก และคงต้องขึ้นอยู่กับอุปสงค์เป็นสำคัญภายใต้อุปทานที่มีจำกัด จึงถือว่าเป็นช่วงทดสอบตลาดผู้บริโภคว่าจะให้การตอบรับกับสินค้ากระท่อมได้ในระดับใด ซึ่งคงต้องรอดูผลตอบรับไปอีกสักระยะหนึ่ง โดยผู้มีผลผลิตกระท่อมในมือจะได้รับประโยชน์ผ่านการขายใบกระท่อมสดที่มีราคาค่อนข้างสูงราว 250-350 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้คาดว่า ในช่วงที่เหลือของปี 2564 (ก.ย.-ธ.ค.) รายได้เกษตรกรอาจอยู่ที่ราว 9,000-12,000 บาทต่อไร่ต่อเดือน ซึ่งเป็นเพียงการประเมินตัวเลขปัจจุบันในเบื้องต้นเท่านั้น แต่ในระยะข้างหน้าจะไม่สามารถใช้ตัวเลขดังกล่าวเป็นเครื่องชี้วัดอ้างอิงได้ เพราะรายได้เกษตรกรจะขึ้นอยู่กับการตอบรับของอุตสาหกรรมกลางน้ำและปลายน้ำที่ใช้กระท่อมเป็นวัตถุดิบเป็นสำคัญ...อ่านต่อ

27 กันยายน 2564

การค้า

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 กดดันส่งออกไทยเดือนส.ค.เติบโตชะลอลงอยู่ที่ 8.93% .. คาดทั้งปี 64 ยังเติบโตที่ 12.4% (มองเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3952)

ในเดือนส.ค.สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้ามีความรุนแรงขึ้นในหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียจนส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและภาคการผลิตกดดันให้ตัวเลขการส่งออกเติบโตชะลอตัวลงรวมถึงไทย ทำให้การส่งออกของไทยเดือนสิงหาคม 2564 ขยายตัวอยู่ที่ 8.93% ชะลอลงจาก 20.3% ในเดือนกรกฎาคม ...อ่านต่อ

14 กันยายน 2564

บริการ

B2C E-commerce กลุ่มสินค้า ปี’64 ขยายตัวกว่า 30% ผู้ประกอบการเผชิญโจทย์กำลังซื้อและการแข่งขันที่ยากขึ้น (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 3268)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า แม้ว่าโควิด-19 จะเป็นตัวเร่งให้มูลค่าตลาด B2C E-commerce มีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าธุรกิจค้าปลีกในภาพรวม แต่สัญญาณดังกล่าวส่งผลต่อภาพการแข่งขันที่ยากและรุนแรงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้เล่น ท่ามกลางกำลังซื้อของผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่ยังคงใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง และการเติบโตของ E-commerce อาจจะไม่ได้เกิดจากการใช้จ่ายในภาพรวมของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นการปรับช่องทางการซื้อขายสินค้าจากเดิมที่ซื้อผ่านช่องทางหน้าร้าน (Physical store) มาเป็นการซื้อขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอาหารและของใช้ส่วนตัว จึงเป็นโจทย์ที่ผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวในแต่ละช่องทางการขายให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งหากรายได้ที่เข้ามาไม่เพียงพอหรือไม่สม่ำเสมอ น่าจะเผชิญความยากลำบากในการดำเนินธุรกิจ...อ่านต่อ

ตลาดการเงินและสถาบันการเงิน

ดูทั้งหมด

28 กันยายน 2564

ตลาดการเงิน

เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 4 ปี ก่อนฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วน ขณะที่หุ้นไทยปรับขึ้นจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร

เงินบาททยอยอ่อนค่าสอดคล้องกับแรงขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ และแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงในภาพรวมท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของจีน นอกจากนี้เงินดอลลาร์ฯ ก็ได้รับแรงหนุนจากถ้อยแถลงของประธานเฟดที่สะท้อนว่า เฟดอาจเริ่มชะลอวงเงินมาตรการ QE ในเร็วๆ นี้ (อาจเป็นเดือนพ.ย.) ขณะที่ dot plot ชุดใหม่ของเฟดบ่งชี้ว่า ดอกเบี้ยของสหรัฐฯ อาจมีการปรับขึ้นในปีหน้า อย่างไรก็ดีเงินบาทฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ตามสกุลเงินเอเชียอื่นๆ ...อ่านต่อ

23 กันยายน 2564

สถาบันการเงิน

เงินบาทอ่อนค่า รับสัญญาณเฟดเตรียมจบ QE กลางปีหน้า และรอจังหวะเหมาะสมสำหรับการขึ้นดอกเบี้ย (มองเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3950)

ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟดรอบล่าสุด (21-23 ก.ย.) สะท้อนสัญญาณเตรียมลดวงเงินซื้อสินทรัพย์ผ่านมาตรการ QE ในไม่กี่เดือนข้างหน้า ขณะที่ตลาดประเมินโอกาสการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ในปี 2565 เพิ่มมากขึ้นตามภาพสะท้อนของ Dot Plot ล่าสุด แม้จะยังคงต้องรอประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการระบาดของโควิด-19 ในช่วงเวลานั้นอีกที...อ่านต่อ

23 กันยายน 2564

สถาบันการเงิน

ประชุม กนง. 29 ก.ย. คาดยังคงดอกเบี้ยที่ 0.5% หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มดีขึ้น (มองเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3951)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 29 ก.ย. นี้ กนง. จะพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศเริ่มลดลง ทั้งนี้ จากการประชุมกนง. ครั้งที่แล้วในเดือนส.ค. ที่ผ่านมา กนง. มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ที่ 4 ต่อ 2 เสียง โดย 2 เสียงลงมติเห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ในการประชุมกนง. ครั้งนี้ แรงกดดันให้กนง. พิจารณาลดดอกเบี้ยนโยบายนั้นจะมีน้อยลง เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศได้ผ่านจุดสูงสุดและเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลให้ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจเริ่มลดลง ดังนั้น ในการประชุมกนง. ที่จะถึงนี้ คาดว่ากนง. น่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% นอกจากนี้ ในการประชุมครั้งนี้จะมีแถลงประมาณการเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่ากนง. น่าจะยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2564 ที่ราว 0.7% สอดคล้องกับคาดการณ์ในรายงาน กนง. เดือนส.ค. ที่ผ่านมา...อ่านต่อ