Display mode (Doesn't show in master page preview)
  • Error loading navigation: TermSet not found
สงครามการค้าโลก...กระทบภาคการเงินไทย ?
Linked Slide
Leading Business Insight Partner
Linked Slide

เศรษฐกิจ

ดูทั้งหมด

12 ตุลาคม 2561

เศรษฐกิจไทย

KR-ECI เดือนก.ย. 2561 ปรับตัวดีขึ้น มุมมองของครัวเรือนต่อรายได้และการมีงานทำอยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง

ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) ในเดือนก.ย. 2561 ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 45.2 จากมุมมองของครัวเรือนที่เป็นบวกมากขึ้นต่อประเด็นเรื่องรายได้และการจ้างงาน ซึ่งช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพบางส่วนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามระดับราคาสินค้าและบริการภายในประเทศ ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยในอีก 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI) ทรงตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนที่ระดับ 46.5 แต่เมื่อพิจารณาในองค์ประกอบของดัชนีฯ พบว่า ครัวเรือนไทยมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อรายได้ในอนาคต แต่ก็มองว่า ค่าใช้จ่ายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีน่าจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น ประกอบกับราคาสินค้าในประเทศน่าจะปรับตัวสูงขึ้น ในช่วงไตรมาสที่ 4/2561 ยังมีหลายประเด็นที่อาจจะส่งผลกระทบต่อภาวะการครองชีพของครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรที่ปรับตัวลดลงในบางรายการ ส่งผลต่อรายได้ครัวเรือนเกษตร ในขณะเดียวกัน ระดับราคาสินค้าและบริการภายในประเทศมีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาผักผลไม้ในช่วงเทศกาลกินเจ และทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายของครัวเรือนคาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของการใช้จ่าย อย่างไรก็ดี มาตรการต่างๆ ที่ภาครัฐทยอยออกมา ไม่ว่าจะเป็นมาตรการผู้มีรายได้น้อย มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ก็น่าจะมีส่วนช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของครัวเรือนบางส่วนได้ในระดับหนึ่ง ...อ่านต่อ

12 ตุลาคม 2561

เศรษฐกิจไทย

หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 2/2561 ... กว่าครึ่งหนึ่งของหนี้ที่เพิ่ม เป็นผลจากสินเชื่อบ้าน-รถ (มองเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3765)

ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาส 2/2561 ขยับขึ้นมาที่ 12.34 ล้านล้านบาท (เติบโต 5.7% YoY) โดยหนี้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่น่าจะเป็นผลมาจากการเร่งตัวขึ้นของยอดคงค้างสินเชื่อบ้าน และสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ โดยหากนับเฉพาะการขยับขึ้นยอดคงค้างสินเชื่อบ้าน จะคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 38% ของยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นในระหว่างไตรมาส 2 อย่างไรก็ดี สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีในไตรมาส 2/2561 ยังคงชะลอลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 77.5% โดยเป็นผลมาจากเศรษฐกิจ (วัดจาก Nominal GDP) ที่ขยายตัวเร็วกว่ายอดคงค้างหนี้ครัวเรือน การขยับขึ้นของหนี้ครัวเรือนดังกล่าว สะท้อนสภาพการแข่งขันในตลาดสินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ และสินเชื่ออุปโภคบริโภคอื่นๆ ของ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นอนแบงก์) สวนทางกับสถาบันการเงินประเภทอื่นๆ ที่มีบทบาทลดลง โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 สำหรับแนวโน้มของหนี้ครัวเรือน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า อานิสงส์จากเศรษฐกิจไทยที่เติบโตดีขึ้น อาจส่งผลทำให้ยังคงเห็นสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีในปี 2561 นี้ ขยับลงต่อเนื่องมาอยู่ในกรอบ 77.0-78.0% อย่างไรก็ดี การเพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือนในปีนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้ก้อนใหญ่ รวมถึงทิศทางดอกเบี้ยที่มีโอกาสขยับขึ้นในระยะข้างหน้า อาจมีผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนบางกลุ่ม แม้ปัจจัยดังกล่าวอาจจะไม่กระทบต่อทิศทางของหนี้ครัวเรือนในภาพรวมมากนัก หากเศรษฐกิจไทยยังคงประคองการฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องในปีหน้า ...อ่านต่อ

10 ตุลาคม 2561

เศรษฐกิจต่างประเทศ

ดอกเบี้ยเฟด น้ำมัน ค่าเงินในภูมิภาค ... 3 แรงส่ง กดดันบาทอ่อน ช่วงปลายปี (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2931)

เป็นที่น่าสังเกตว่า ค่าเงินบาทและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว เริ่มมีกรอบการเคลื่อนไหวที่ “แกว่งตัว” ชัดเจนขึ้นเมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี โดยเงินบาทอ่อนค่าไปแตะระดับ 33.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ที่ผ่านมา (ซึ่งเป็นวันที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทยประมาณ 4.63 และ3.26 พันล้านบาท ตามลำดับ) หรือคิดเป็นอัตราการอ่อนค่าถึง 2.6% เพียงไม่กี่วันจากระดับ 32.25 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงต้นเดือนต.ค. 2561 ขณะที่ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยิลด์) ของไทยระยะ 10 ปี ขยับขึ้นต่อเนื่องไปที่ 2.88% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2559 สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า แม้ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและเครื่องชี้เสถียรภาพต่างประเทศที่ค่อนข้างแข็งแกร่งของไทย อาจจะช่วยบรรเทาความผันผวนของค่าเงินบาทลงได้บ้างบางส่วน อย่างไรก็ดี เงินบาทยังมีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบที่อ่อนค่าลง เพราะปัจจัยแวดล้อมที่รออยู่ในระยะที่เหลือของปี ทั้งการคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟด ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ทรงตัวในระดับสูง รวมถึงข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน แม้จะไม่ใช่ปัจจัยใหม่ แต่เมื่อผนวกกับช่วงห่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ และไทย ก็อาจจะทำให้ทิศทางของเงินบาท "มีความอ่อนไหว" ต่อปัจจัยต่างๆ เหล่านี้มากขึ้น โดยธนาคารกสิกรไทย ยังคงตัวเลขคาดการณ์ค่าเงินบาท ณ สิ้นปี 2561 ที่ระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ (กรอบคาดการณ์ที่ 32.50-33.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ) ...อ่านต่อ

แนวโน้มธุรกิจ

ดูทั้งหมด

19 ตุลาคม 2561

อุตสาหกรรม

ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล: ประเด็นสภาพคล่อง ทำให้ราคาผันผวนสูง ขณะข่าวเทคโนโลยีมีอิทธิพลที่สุด (มองเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3766)

ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลปัจจุบัน มีลักษณะแตกต่างจากตลาดสินทรัพย์ทั่วไปอย่างมาก โดยตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลขาดสภาพคล่องในการซื้อขาย และมีผู้นำตลาดที่ครองส่วนแบ่งตลาดเกินครึ่ง ซึ่งทำให้มีความผันผวนมากกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่นอย่างชัดเจน ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัล มีทั้งกลุ่มที่กระทบต่อตลาดโดยรวม และในลักษณะเฉพาะเจาะจงกับสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ละตัว ซึ่งที่สำคัญคือ ปัจจัยด้านการพัฒนาเทคโนโลยี นักลงทุนรายย่อยควรจับตามองข่าวความคืบหน้าการพัฒนาเทคโนโลยีรองรับสินทรัพย์ดิจิทัลที่ตนคิดจะลงทุน และควรคำนึงถึงประเด็นสภาพคล่องในการซื้อขายก่อนการลงทุน ...อ่านต่อ

12 ตุลาคม 2561

ท่องเที่ยว

โค้งสุดท้ายไตรมาส 4 ปี 2561 แม้ตลาดต่างชาติเที่ยวไทยได้แรงหนุนให้ฟื้นตัว แต่ระยะข้างหน้าการท่องเที่ยวจะเผชิญความท้าทายมากขึ้น (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2933)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า แม้ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2561 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยจะเติบโตต่ำสุดในรอบปีก็ตาม แต่คาดว่าสถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2561 น่าจะมีการเติบโตที่ดีขึ้น โดยคาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในไตรมาส 4 ปี 2561 นี้ น่าจะมีจำนวนประมาณ 9.56 ล้านคน เติบโตร้อยละ 3.0 (YoY) เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของไทย กอปรกับตลาดยังพอมีปัจจัยเข้ามาสนับสนุนการเติบโต จากอานิสงส์การเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก และการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวตลาดหลักอย่างนักท่องเที่ยวรัสเซีย ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนน่าจะเป็นภาพที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับในไตรมาส 3 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยทั้งปี 2561 จะอยู่ที่ประมาณ 37.99 ล้านคน เติบโตร้อยละ 6.7 จากปี 2560 ในส่วนของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยน่าจะมีมูลค่าประมาณ 2.0 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.2 จากปี 2560 ...อ่านต่อ

28 กันยายน 2561

การค้า

คาด E-Commerce ดันการค้าชายแดน เพิ่มเป็น 2 เท่าภายในปี 2566 (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2928)

การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนของไทย 8 เดือนแรกของปี 2561 มีมูลค่า 9.2 แสนล้านบาท ขยายตัว 6.5% โดยการค้าผ่านแดนไปจีนตอนใต้มีอัตราการเติบโตสูงสุดที่ 24.2% โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการค้าชายแดนของไทยจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 11.5% ต่อปีในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งจะถูกขับเคลื่อนโดยการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานกับจีนและเวียดนามเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่มีแนวโน้มที่จะเติบโตได้ดี อีกทั้ง ประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเป็นศูนย์กลาง E-Commerce และโลจิสติกส์ของภูมิภาค ซึ่งจะผลักดันให้การค้าชายแดนขยายตัวอีกทางหนึ่ง...อ่านต่อ

ตลาดการเงินและสถาบันการเงิน

ดูทั้งหมด

10 ตุลาคม 2561

สถาบันการเงิน

จัดระเบียบสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ : สร้างมาตรฐานการให้สินเชื่อสำหรับรายย่อย (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2932)

แนวนโยบายรัฐที่จะขยายขอบเขตการกำกับดูแลผู้ให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ โดยกำหนดให้เป็นธุรกิจที่ต้องขอรับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง ช่วยให้ผู้บริโภค มีโอกาสได้รับบริการทางการเงินจากผู้ประกอบการที่มีบรรทัดฐานและแนวปฏิบัติอย่างชัดเจน โปร่งใส ในมาตรฐานเดียวกัน สำหรับผลกระทบต่อทิศทางการขยายตัวของสินเชื่อจำนำทะเบียนในระยะที่เหลือของปีนี้ คาดว่าจะอยู่ในวงจำกัด ขณะที่ผลข้างเคียงจากปัจจัยอื่น ๆ (ที่ไม่ใช่มาตรการใหม่) คงมีอิทธิพลต่อภาพรวมสินเชื่อจำนำทะเบียนมากกว่า อาทิ ฐานที่สูงของปีก่อน และการที่ลูกค้าเป้าหมายบางส่วนขายรถเก่าที่ตนเองมีกรรมสิทธิ์เพื่อซื้อรถใหม่ทดแทน ท่ามกลางภาวะที่ตลาดรถใหม่และรถใช้แล้วที่กลับมาคึกคักขึ้นหลังสิ้นสุดผลของโครงการรถคันแรก ซึ่งมีผลตามมาให้ลูกค้ากลุ่มนี้ยังไม่สามารถขอสินเชื่อจำนำทะเบียนได้ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า สินเชื่อจำนำทะเบียนปี 2561 จะเติบโต 10% YoY เทียบกับ 14.6% ในปี 2560 ...อ่านต่อ

5 ตุลาคม 2561

สถาบันการเงิน

ผลประกอบการแบงก์ไทยไตรมาส 3/61 หวังแรงส่งสินเชื่อ ชดเชยผลกระทบจากนโยบายฟรีค่าธรรมเนียมดิจิทัล (มองเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3764)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ผลประกอบการของระบบธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในไทย ไตรมาส 3/2561 ว่าจะมีกำไรสุทธิประมาณ 4.8 หมื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 7.7% YoY ซึ่งเป็นทิศทางการขยายตัวที่ชะลอลง และหากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จะปรากฏภาพกำไรสุทธิที่ลดลง 9.1% QoQ โดยทิศทางดังกล่าว สะท้อนผลกระทบจากการลดค่าธรรมเนียมการโอนเงินฯ ที่ชัดเจนขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ขณะเดียวกัน มีโอกาสที่ธนาคารพาณิชย์บางแห่งอาจยังให้น้ำหนักกับการตั้งสำรองหนี้ฯ เพื่อรองรับสถานการณ์เอ็นพีแอลที่ยังต้องใช้เวลาในการแก้ไข ทั้งนี้ ในระหว่างนี้ ธนาคารพาณิชย์ยังต้องเน้นกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุน ควบคู่กับการผลักดันรายได้อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นรายได้ดอกเบี้ย (ตามแรงส่งของสินเชื่อที่ยังขยายตัวดี) และรายได้ค่าธรรมเนียมประเภทอื่นๆ เพื่อประคองความสามารถในการทำกำไรเฉพาะหน้า ขณะที่ หนึ่งในประเด็นติดตามสำคัญ คือ แนวทางดูแลภาคอสังหาริมทรัพย์ของ ธปท.และการปรับตัวของผู้ประกอบการที่อาจมีผลต่อทิศทางตลาดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ตลอดจนภาพรวมสินเชื่อในช่วงเดือนที่เหลือได้ ...อ่านต่อ

5 ตุลาคม 2561

ตลาดการเงิน

“เงินบาทอ่อนค่าทดสอบแนว 32.85 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ ตลาดหุ้นไทยลดลงตามตลาดภูมิภาค”

เงินบาทอ่อนค่าทดสอบแนว 32.85 บาทต่อดอลลาร์ฯ เงินบาทอ่อนค่าลงสอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค และสถานะขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าที่คาด (อาทิ ตัวเลขดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน) เป็นปัจจัยบวกของค่าเงินดอลลาร์ฯ และหนุนให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี ...อ่านต่อ