Display mode (Doesn't show in master page preview)
  • Error loading navigation: TermSet not found
สงครามการค้าโลก...กระทบภาคการเงินไทย ?
Linked Slide
Leading Business Insight Partner
Linked Slide

เศรษฐกิจ

ดูทั้งหมด

12 ธันวาคม 2561

เศรษฐกิจไทย

KR-ECI พ.ย. 61 ปรับตัวดีขึ้นรับช่วงโค้งสุดท้ายของปี จากราคาพลังงานที่ปรับตัวลดลงเป็นสำคัญ

• ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) ในปัจจุบัน และในช่วง 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI) ปรับตัวดีขึ้นไปในทิศทางที่สอดคล้องกัน จากราคาพลังงานที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับภาครัฐออกมาตรการเพิ่มเติมแก่ครัวเรือนผู้มีรายได้น้อยและครัวเรือนเกษตร โดย KR-ECI เดือนพ.ย. 2561 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 45.3 มาอยู่ที่ระดับ 45.7 ในขณะที่ KR-ECI ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 46.9 มาอยู่ที่ระดับ 47.4 • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ยังต้องติดตามประเด็นเรื่องสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการภายในประเทศที่มีแนวโน้มจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 ซึ่งจะส่งผลให้ค่าครองชีพของผู้บริโภคปรับตัวเพิ่มขึ้น กระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยในระยะข้างหน้า ...อ่านต่อ

3 ธันวาคม 2561

เศรษฐกิจต่างประเทศ

สหรัฐฯ-จีนระงับขึ้นภาษีนำเข้า 90 วัน…การค้าโลกผ่อนคลายความตึงเครียดในระยะสั้น แต่ผลกระทบต่อส่งออกไทยยังคงอยู่ (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2943)

จากการประชุมนอกรอบการประชุม G20 ที่กรุงบัวโนสไอเรส ของอาร์เจนติน่าเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ได้ตกลงระงับการเก็บภาษีสินค้านำเข้าของแต่ละฝ่ายเพิ่มเติมเป็นระยะเวลา 90 วัน หลังจากการประชุม เพื่อเปิดทางสู่การเจรจาเพื่อยุติสงครามการค้า โดยทรัมป์ตกลงที่จะเลื่อนการขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 10% เป็น 25% ในวันที่ 1 มกราคม 2562 นี้ออกไปอีก 60 วัน เป็นวันที่ 1 มีนาคม 2562 การตกลงครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ดีว่าทั้งสองประเทศมีแนวโน้มที่จะประนีประนอมกันมากขึ้น อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่ามีความเสี่ยงค่อนข้างมากที่การเจรจาจะไม่สำเร็จภายใน 90 วัน ดังนั้น มีความเป็นไปได้ค่อนข้างมากที่สหรัฐฯ จะยังคงขึ้นภาษีนำเข้าจาก 10% เป็น 25% ในวันที่ 1 มีนาคม 2562...อ่านต่อ

19 พฤศจิกายน 2561

เศรษฐกิจต่างประเทศ

สงครามการค้าอาจเป็นปัจจัยเร่งการกระจายการลงทุนออกจากจีน ทว่า ไทยคงได้อานิสงส์ที่จำกัดเฉพาะในบางอุตสาหกรรม (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2939)

ความไม่แน่นอนของสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ อาจทำให้เกิดการกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ ผ่านการกระจายการลงทุนจากจีนไปยังประเทศที่ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามการค้า อย่างไรก็ดี อานิสงส์ทางตรงจะเกิดขึ้นต่อไทยในระดับที่จำกัด เนื่องจากไทยไม่ได้อยู่ในฐานะผู้รับการลงทุนที่ใช้แรงงานเข้มข้นอยู่แล้ว ขณะที่สินค้าที่ใช้เทคโนโลยีซับซ้อนขึ้น สินค้าหลายประเภทจีนยังคงมีความได้เปรียบทางการแข่งขันทางด้านราคาจนยากที่จะเกิดการเบี่ยงเบนการลงทุน ผลที่อาจเกิดขึ้นกับไทยนั้น ไทยอาจได้อานิสงส์เฉพาะการลงทุนในสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีซับซ้อน ในผลิตภัณฑ์ที่ไทยนับได้ว่ามีศักยภาพในการแข่งขันค่อนข้างสูงในเวทีโลก ซึ่งคาดว่ากระจุกอยู่ในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อย่าง HDDs, ICs, PCB ที่ไทยเองก็มีบทบาทในเวทีโลกค่อนข้างมาก นอกจากนี้ สินค้าที่ไทยมีความได้เปรียบทางด้านวัตถุดิบอย่างการแปรรูปยางพาราซึ่งจีนนำเข้าวัตถุดิบจากไทยเพื่อไปผลิตต่อและส่งออกไปสหรัฐฯ ก็อาจมีการย้ายฐานการผลิตมาไทยเพิ่มเติมได้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ผลบวกทางตรงของการกระจายฐานการผลิตสินค้าขั้นปลายน้ำและสินค้าขั้นกลางที่ซับซ้อนในไทยกับการกระจายการลงทุนในกลุ่มสินค้าที่ไทยมีความได้เปรียบทางด้านวัตถุดิบโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นบรรษัทต่างชาติที่ประกาศเจตนารมณ์แล้วและบางส่วนที่มีแนวโน้มย้ายฐานมาไทยเพิ่มจากสงครามการค้าอาจช่วยเพิ่มมูลค่า FDI ในไทยในช่วง 3 ปีแรกของสงครามการค้า (2562-2564) ได้อย่างน้อย 800 ล้านดอลลาร์ฯ ซึ่งคิดเป็นเพียงราวร้อยละ 1 ของเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสุทธิโดยเฉลี่ยต่อปีในไทยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ค่าเฉลี่ย FDI ปี 2558-2560) เท่านั้น อย่างไรก็ดี หากพิจารณาควบคู่กับผลกระทบด้านการค้าที่ไทยอาจได้รับจากสงครามการค้าที่เคยประเมินก่อนหน้านี้ ผลกระทบสุทธิ (Net impact) ต่อไทยยังคงอยู่ในเชิงลบ อนึ่ง ไทยอาจได้รับอานิสงส์ทางอ้อมผ่านการส่งออกสินค้าขั้นกลางอย่างเม็ดพลาสติกหรือสิ่งทอเพื่อนำไปผลิตเป็นสินค้าปลายน้ำในกลุ่ม CLMV ที่อาจได้อานิสงส์ FDI ในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นมากขึ้น ...อ่านต่อ

แนวโน้มธุรกิจ

ดูทั้งหมด

12 ธันวาคม 2561

อุตสาหกรรม

ปี 62 รถยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้าเติบโตทะลุ 37,000 คัน...ทว่าตลาดรถยนต์ในประเทศคาดหดตัวร้อยละ 2 ถึง 5 (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2945)

ปี 2561 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ตลาดรถยนต์ในประเทศจะขยายตัวสูงถึงร้อยละ 18 คิดเป็นยอดขายรถยนต์ถึง 1,030,000 คัน โดยในจำนวนนี้พบว่ารถยนต์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรถยนต์อีโคคาร์มีแนวโน้มขยายตัวสูงถึงร้อยละ 37 ขณะที่รถยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้าคาดว่าจะมียอดขายรวมทุกประเภทเติบโตกว่าร้อยละ 75 จากปี 2560 ส่วนในปี 2562 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ตลาดรถยนต์ในประเทศน่าจะกลับเข้าสู่ระดับปกติมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงการเพิ่มความระมัดระวังดูแลคุณภาพสินเชื่อของบริษัทลีสซิ่งต่างๆ ส่งผลให้โดยรวมแล้วทั้งปี 2562 ยอดขายรถยนต์ในประเทศน่าจะหดตัวกว่าร้อยละ 2 ถึง 5 จากปี 2561 คิดเป็นยอดขาย 980,000 ถึง 1,010,000 คัน อย่างไรก็ตาม รถยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้ากลับมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่องจากปัจจัยบวกทั้งการลงทุนของค่ายรถ และนโยบายรัฐที่สนับสนุน ทำให้ยอดขายรถยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้าโดยรวมมีโอกาสเติบโตกว่าร้อยละ 76 ถึง 83 จากปี 2561 ...อ่านต่อ

11 ธันวาคม 2561

บริการ

ปีใหม่’62: คาดคนกรุงฯ ใช้จ่ายกว่า 30,800 ล้านบาท ... เน้นมอบของขวัญเฉพาะคนสำคัญ และคัดสรรสินค้ามากขึ้น (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2944)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า เม็ดเงินใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 จะอยู่ที่ 30,800 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 4.1 เมื่อเทียบกับปีก่อน แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายอาหารและเครื่องดื่ม 9,400 ล้านบาท รองลงมาคือ ท่องเที่ยวในประเทศ (ค่าเดินทางกลับบ้าน เดินทางท่องเที่ยว รวมถึงค่าที่พัก) 8,800 ล้านบาท ซื้อของขวัญ/ของฝาก 8,400 ล้านบาท การให้เงินพ่อแม่/พี่น้องเป็นของขวัญปีใหม่ 2,100 ล้านบาท ทำบุญ/ไหว้พระ 1,600 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ (อาทิ ดูหนัง ฟังเพลง บริจาคสิ่งของ) 500 ล้านบาท หรือมีงบประมาณใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 5,600 บาท และถึงแม้ว่าในปีนี้ มาตรการช็อปช่วยชาติจะไม่ได้สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ในทุกหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค (เฉพาะหนังสือและสินค้า OTOP) แต่เชื่อว่า ผู้ประกอบการค้าปลีกก็น่าจะมีการโหมจัดกิจกรรมกระตุ้นการขายในทุกกลุ่มสินค้าต่อเนื่องไปตลอดทั้งช่วงเทศกาล...อ่านต่อ

30 พฤศจิกายน 2561

อุตสาหกรรม

การบริหารจัดการเศษวัสดุในไร่อ้อย : สร้างรายได้ส่วนเพิ่มสุทธิให้ชาวไร่อ้อยอย่างน้อย 1,000 ล้านบาท (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2942)

ใบและยอดอ้อยเป็นเศษวัสดุที่เกิดขึ้นในพื้นที่ปลูกอ้อย ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาเพิ่มมูลค่าเชิงเศรษฐกิจและทำให้ชาวไร่อ้อยมีรายได้เพิ่มขึ้น เฉพาะในปีการผลิต 2560/61 ที่มีปริมาณใบและยอดอ้อยรวมกันถึงประมาณ 22.94 ล้านตัน ซึ่ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า จากความพร้อมด้านเครื่องจักรของชาวไร่อ้อยในปัจจุบัน จะสามารถเก็บรวบรวมใบและยอดอ้อยได้ประมาณ 3-4 ล้านตัน คิดเป็นรายได้สุทธิหลังหักต้นทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท เทียบกับศักยภาพของใบและยอดอ้อยที่น่าจะนำมาสร้างรายได้สุทธิให้กับชาวไร่อ้อยได้สูงถึง 6,800 ล้านบาท มองไปข้างหน้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เห็นว่า การบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือทิ้งในไร่อ้อยอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในส่วนของการลดสัดส่วนอ้อยไฟไหม้ลง รวมทั้งการเก็บรวบรวมใบและยอดอ้อยในพื้นที่ตัดอ้อยสด โดยการสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกันในรูปกลุ่มสหกรณ์ เพื่อจัดซื้อเครื่องจักรเก็บใบและยอดอ้อย จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชาวไร่อ้อยนอกเหนือจากรายได้จากการจำหน่ายอ้อยโดยตรง ...อ่านต่อ

ตลาดการเงินและสถาบันการเงิน

ดูทั้งหมด

14 ธันวาคม 2561

สถาบันการเงิน

ประชุมกนง. 19 ธ.ค. 2561...โอกาสขยับอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีสูงขึ้น หลังการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความเหมาะสมในการเพิ่ม policy space (มองเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3775)

สัญญาณที่ชัดเจนขึ้นถึงความจำเป็นในการปรับสมดุลของการดำเนินนโยบายการเงินเพื่อสร้างขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (policy space) ในระยะข้างหน้า ทั้งนี้ สัญญาณของสะสมของความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยเริ่มปรากฏชัด ขณะที่ภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ดีอยู่ แม้ว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจสะดุดไปบ้างในไตรมาส 3/2561 ที่ผ่านมา ทำให้ปรับลดปัจจัยเสี่ยงต่อการสะสมความเปราะบางของเสถียรภาพเศรษฐกิจ และการสร้างขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (policy space) เพื่อรองรับความเสี่ยงในระยะข้างหน้า คงมีความจำเป็นมากขึ้น...อ่านต่อ

12 ธันวาคม 2561

สถาบันการเงิน

สินเชื่อส่วนบุคคลปี 2562 เติบโตเร่งขึ้น แต่ยังต้องติดตามคุณภาพหนี้ จากการมุ่งขยายตลาดใหม่ (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2946)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า สินเชื่อส่วนบุคคลจะสามารถรักษาแรงส่งได้ต่อเนื่องในปี 2562 โดยเติบโตในกรอบ 7.5-9.0% ตามแรงผลักดันของผู้ให้บริการโดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งเป้าหมายสินเชื่อในเชิงรุก ซึ่งส่วนหนึ่งก็เพื่อชดเชยรายได้ค่าธรรมเนียมที่หายไปภายใต้การเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ซึ่งคงจะเห็นอัตราการเติบโตของสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีโอกาสโตกว่าสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่นๆขณะที่ กลยุทธ์สำคัญในการเจาะตลาดใหม่ๆ คงหนีไม่พ้นการพัฒนาช่องทางดิจิทัล ซึ่งผู้ให้บริการคงต้องออกแบบกระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ เพื่อให้สามารถปิดหรือบรรเทาความเสี่ยงด้านคุณภาพหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ด้วย...อ่านต่อ

7 ธันวาคม 2561

ตลาดการเงิน

“เงินบาทแกว่งตัวเป็นกรอบ ขณะที่ ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดช่วงบวกลงปลายสัปดาห์”

เงินบาทแกว่งตัวเป็นกรอบ โดยเงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ เช่นเดียวกับสกุลเงิน-ตลาดหุ้นในภูมิภาค ตลอดจนสินทรัพย์เสี่ยงในภาพรวม ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงกดดัน หลัง ปธน. สหรัฐฯ และจีนเห็นพ้องให้เลื่อนกำหนดระยะเวลาที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ฯ ออกไป 90 วัน อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงบวกบางส่วนและกลับมาอ่อนค่าลงในช่วงต่อมา เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกในช่วงปีหน้า กระตุ้นให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงและปรับลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง ...อ่านต่อ