Display mode (Doesn't show in master page preview)

25 กันยายน 2552

อุตสาหกรรม

สหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้ายางรถยนต์จีน : ไทยมีโอกาสได้อานิสงส์ 3,400 ล้านบาท (มองเศรษฐกิจฉบับที่ 2647)

หลังจากที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจลงนามในวันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา เพื่อเห็นชอบในมติปรับเพิ่มภาษีสินค้านำเข้ายางรถยนต์นั่ง และรถบรรทุกขนาดเล็กทั้งหมดจากประเทศจีน เป็นระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี ซึ่งตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน มาตรการดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้จริง โดยจะมีการปรับขึ้นภาษีนำเข้ายางรถยนต์จากเดิมร้อยละ 4 เพิ่มเป็น ร้อยละ 35 ในปีแรก ร้อยละ 30 ในปีที่สอง และร้อยละ 25 ในปีที่สาม ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือแรงงานในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการนำเข้ายางรถยนต์ราคาถูกเป็นจำนวนมากจากจีน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหล็ก

ซึ่งการนำเข้ายางรถยนต์จากจีนที่ลดลง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าอาจกลายมาเป็นโอกาสสำหรับการส่งออกยางรถยนต์ไทยไปยังสหรัฐฯที่ปัจจุบันเป็นตลาดส่งออกยางรถยนต์ของไทยที่มีมูลค่าสูงที่สุด อย่างไรก็ตามการที่จีนส่งออกไปยังสหรัฐฯได้น้อยลงอาจทำให้มีการผลักสินค้าไปสู่ตลาดอื่นๆมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นตลาดส่งออกของไทย

ทั้งนี้ จากผลของมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯต่อยางรถยนต์ที่ผลิตจากประเทศจีน ไปอยู่ที่อัตราร้อยละ 35 ในปีแรกนั้น จะทำให้ราคายางรถยนต์นั่งส่วนบุคคลนำเข้าจากจีนจะสูงกว่าไทยอยู่เล็กน้อย ด้วยราคาประมาณ 40.3 ดอลลาร์ฯ ทำให้ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของยางรถยนต์นั่งของไทยเพิ่มขึ้น เป็นโอกาสให้ไทยเข้าไปชิงส่วนแบ่งการตลาดบางส่วนของยางรถยนต์นั่งจีนที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯสูงกว่าไทยถึง 12 เท่า โดยเฉพาะในปีแรกที่มาตรการภาษีของสหรัฐฯมีผลบังคับใช้ (ช่วงตุลาคม 2552 ถึง กันยายน 2553) แต่ผลดังกล่าวจะค่อยๆลดลงในปีที่ 2 และ 3 เมื่ออัตราภาษีปรับลดลงมาเป็นร้อยละ 30 และ 25 ตามลำดับ

ซึ่งจากปัจจัยด้านราคาดังกล่าวคาดว่าจะเป็นโอกาสสำหรับการขยายการส่งออกของไทย โดยหากความต้องการในตลาดสหรัฐฯเพิ่มสูงขึ้น และผู้ประกอบการไทยสามารถปรับเพิ่มการผลิตขึ้นไปถึงระดับเต็มศักยภาพ อาจจะทำให้ในช่วง 1 ปีแรก นับจากมาตรการภาษีนำเข้าที่ใช้กับจีนของสหรัฐฯมีผลบังคับใช้ ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 กันยายนนี้ มูลค่าการส่งออกยางรถยนต์นั่งของไทยไปยังสหรัฐฯคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 225 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัวกว่าร้อยละ 80 จากมูลค่าคาดการณ์ในช่วงเดียวกันก่อนหน้านี้ที่ 125 ล้านดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นช่วงก่อนหน้าที่จะมีมาตรการดังกล่าว หรือคิดเป็นมูลค่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้นกว่า 100 ล้านดอลลาร์ฯ หรือ 3400 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม มูลค่าที่คาดการณ์นี้จะเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ไทยสามารถเพิ่มระดับการผลิตได้เต็มกำลังการผลิต และด้านการส่งออกไปสหรัฐฯก็สามารถแข่งขันดึงส่วนแบ่งตลาดยางรถยนต์นั่งนำเข้าจากจีน ให้หันมานำเข้าจากไทยได้ ทว่าการที่ยางรถยนต์จีนถูกบีบให้ส่งออกไปยังสหรัฐฯได้น้อยลง ย่อมกดดันให้จีนต้องผลักสินค้าไปยังตลาดอื่นๆนอกเหนือจากสหรัฐฯมากยิ่งขึ้น ซึ่งยางรถยนต์จากจีนที่มีราคาต่ำกว่ายางรถยนต์ไทย มีโอกาสที่จะเข้ามารุกชิงส่วนแบ่งตลาดส่งออกปัจจุบันของไทย โดยเฉพาะในตลาดอาเซียน ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้ ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่เน้นข้อได้เปรียบด้านราคามากกว่าคุณภาพ

ดูรายละเอียดฉบับเต็ม


เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก

หรือ

กรอกรหัสจากการทำแบบสำรวจ


อุตสาหกรรม