Display mode (Doesn't show in master page preview)

15 ธันวาคม 2552

เกษตรกรรม

ยางปี 2553 : แนวโน้มฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก...แต่ยังมีปัจจัยที่ยังต้องจับตาใกล้ชิด (มองเศรษฐกิจฉบับที่ 2711)

หลังจากที่ในปี 2552 การส่งออกยางธรรมชาติของไทยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงกำลังซื้อของผู้บริโภค และการซื้อรถยนต์รวมทั้งการเลื่อนการเปลี่ยนยางทดแทน ซึ่งทำให้ความต้องการยางธรรมชาติ เพื่อป้อนอุตสาหกรรมรถยนต์มีแนวโน้มลดลงอย่างมาก มูลค่าการส่งออกยางจึงลดลงอย่างมาก คาดการณ์ว่าในปี 2553 สถานการณ์ของอุตสาหกรรมยางมีแนวโน้มกระเตื้องขึ้นตามการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งกระตุ้นให้กำลังซื้อของผู้บริโภคดีขึ้น ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมรถยนต์และความต้องการยางธรรมชาติเพื่อป้อนอุตสาหกรรมยางรถยนต์ฟื้นตัวตามไปด้วย กอปรกับสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตของประเทศผู้ผลิตยางสำคัญ นับเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ประเทศผู้ซื้อยางเริ่มหันมาซื้อยาง เนื่องจากคาดการณ์ว่าราคายางมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น ในปี 2553 นับว่าเป็นโอกาสดีของไทย ในฐานะที่เป็นประเทศผู้ผลิตและผู้ส่งออกยางอันดับหนึ่งของโลก โดยไทยมีโอกาสส่งออกยางได้เพิ่มขึ้น และราคายางมีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับในปี 2552 อย่างไรก็ตาม ชาวสวนยางและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องยังต้องเตรียมรับมือกับความผันผวนของราคายางเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในช่วงระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ในเรื่องความผันแปรของสภาพอากาศที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการผลิตยาง การแข่งขันที่มีแนวโน้มเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น จากการขยายการผลิตของประเทศผู้ผลิตยางรายใหม่ ซึ่งทำให้ประเทศผู้ใช้ยางมีทางเลือกมากขึ้น นอกจากนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐฯและยุโรปที่เป็นไปอย่างเชื่องช้า อาจจะทำให้การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์เชื่องช้าไปด้วย ทำให้ราคายางอาจจะไม่พุ่งแรงเหมือนเช่นที่เคยเกิดขึ้น นอกจากนี้ ประเด็นที่ยังต้องจับตาคือ การแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งมีผลต่อความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบในการส่งออกยางของไทย

ดูรายละเอียดฉบับเต็ม


เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก

หรือ

กรอกรหัสจากการทำแบบสำรวจ


เกษตรกรรม