Display mode (Doesn't show in master page preview)

24 ธันวาคม 2553

อุตสาหกรรม

ยอดขายรถยนต์ในประเทศปีกระต่ายคาดไม่น่าจะต่ำกว่า 830,000 คัน (มองเศรษฐกิจฉบับที่ 3013)

จากตัวเลขยอดขายรถยนต์ปี 2553 ในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมาของไทย ซึ่งมีจำนวนสูงถึง 707,235 คัน ซึ่งเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีก่อนมีการขยายตัวสูงขึ้นถึงประมาณร้อยละ 48.3 โดยปัจจัยสำคัญมาจากสภาพเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศในปีนี้ที่มีทิศทางฟื้นตัวดีขึ้นกว่าปีก่อนหน้าอย่างมาก ทำให้ความเชื่อมั่นและกำลังซื้อทยอยฟื้นกลับคืนมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าทิศทางของยอดขายรถยนต์โดยรวมตลอดทั้งปี 2553 นี้น่าจะมีจำนวนสูงกว่า 790,000 คัน คิดเป็นการขยายตัวสูงไม่ต่ำกว่าร้อยละ 44 จากปี 2552 ซึ่งหดตัวถึงร้อยละ 10.6

ส่วนตลาดรถยนต์ในประเทศของไทยในปี 2554 มีทิศทางขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2553 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลายด้านที่คาดว่าจะส่งผลกระตุ้นตลาด โดยปัจจัยสนับสนุนเหล่านี้ประกอบด้วย ราคาสินค้าเกษตรหลายรายการที่ยังรักษาระดับราคาสูง ส่งผลดีต่อรายได้เกษตรกรที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้น ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศของไทยเพิ่มสูงขึ้นตาม นอกจากนี้การลงทุนในประเทศที่ขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2554 ยังมีส่วนที่จะกระตุ้นการจ้างงานและรายได้ของประชาชน ประกอบกับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ขณะที่รถยนต์รุ่นที่เปิดตัวออกมาสู่ตลาดตั้งแต่ปีนี้เองก็คาดว่าจะยังได้รับผลตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องจากตลาดจนถึงปีหน้า

อย่างไรก็ตาม ตลาดรถยนต์ในประเทศยังคงต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญบางประเทศของไทยยังคงมีความไม่แน่นอนสูง อาจส่งผลต่อรายได้ในภาคการส่งออกของไทย ซึ่งอาจมีผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคบางกลุ่มได้ นอกจากนี้ปัญหาเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในปีหน้านี้ อาจทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อยถึงระดับร้อยละ 2.5 ในปีหน้า ซึ่งจะส่งผลกดดันต้นทุนการปล่อยสินเชื่อของบริษัทผู้ให้สินเชื่อ กระทบต่อต้นทุนการถือครองรถยนต์ของผู้บริโภคที่อาจจะสูงขึ้น แต่ทว่าด้วยปัจจัยสนับสนุนต่างๆที่มีอยู่ ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าในปี 2554 นี้ ยอดขายรถยนต์ในประเทศของไทยมีโอกาสขยายตัวร้อยละ 5 ถึง 10 คิดเป็นจำนวน 830,000 ถึง 870,000 คัน โดยการขยายตัวที่ลดลงนี้สาเหตุที่สำคัญหนึ่งมาจากฐานที่สูงมากในปี 2553 ทั้งนี้ประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป คงจะเป็นเรื่องของความต่อเนื่องในการพยุงราคาพลังงานเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์ของภาครัฐ ท่ามกลางกระแสราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง

ดูรายละเอียดฉบับเต็ม


เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก

หรือ

กรอกรหัสจากการทำแบบสำรวจ


อุตสาหกรรม