Display mode (Doesn't show in master page preview)

23 มีนาคม 2554

อุตสาหกรรม

เฟอร์นิเจอร์ไทยในญี่ปุ่นปี 54: เหตุแผ่นดินไหวคาดกระทบยอดส่งออกในระยะสั้น..... ผู้ส่งออกเร่งปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ รองรับแนวโน้มความต้องการที่เพิ่มขึ้น (มองเศรษฐกิจฉบับที่ 3066)

คะแนนเฉลี่ย
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ก่อความเสียหายต่อทรัพย์สิน บ้านเรือน และมูลค่าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นเป็นอันมาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าผู้ส่งออกเฟอร์นิเจอร์ของไทยจะได้รับผลกระทบต่อยอดคำสั่งซื้อในระยะสั้น โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ไม้ ซึ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์ส่งออกที่สำคัญของไทยในตลาดญี่ปุ่น แต่คาดว่าความต้องการเฟอร์นิเจอร์ของญี่ปุ่นจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกครั้งหลังจากการฟื้นฟูอาคาร บ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายแล้วเสร็จในระยะครึ่งปีหลัง ซึ่งอาจส่งผลให้ภาพรวมของการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ของไทยไปยังตลาดญี่ปุ่นในปี 2554 มีมูลค่าประมาณ 220 – 230 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือขยายตัวร้อยละ 4 (YoY) แต่อย่างไรก็ตาม การส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไปยังตลาดญี่ปุ่นยังคงต้องเผชิญการแข่งขันจากประเทศคู่แข่งที่สำคัญ โดยเฉพาะ จีน เวียดนาม และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ไปยังญี่ปุ่น และมีแนวโน้มว่าประเทศดังกล่าวจะมีส่วนแบ่งตลาดในการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไปประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น ในขณะที่ส่วนแบ่งตลาดการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ของไทยไปยังตลาดญี่ปุ่นกลับมีแนวโน้มลดลง
ดังนั้น แนวทางในการปรับตัวสำหรับขยายการส่งออก เพื่อรองรับกับความต้องการนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ของชาวญี่ปุ่นที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต โดย
  • ผู้ส่งออกควรปรับปรุงและยกระดับผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดระดับกลางและบน เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันทางด้านราคากับประเทศจีนและอินโดนีเซีย
  • ผู้ส่งออกควรคัดสรรสินค้าที่ตรงตามความต้องการของชาวญี่ปุ่น ซึ่งเน้นทางด้านดีไซน์เพื่อประโยชน์ใช้สอย ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงเรื่องคุณภาพชีวิต สุขภาพ และความปลอดภัย เพื่อสร้างจุดขายให้แก่สินค้า นอกจากนี้ สำหรับเฟอร์นิเจอร์สำนักงานอาจจะมุ่งเน้นผลิตสินค้าให้ได้การรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม Japan Industrial Standard หรือ JIS Mark ซึ่งจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยสร้างจุดเด่นให้กับเฟอร์นิเจอร์ไทย เป็นสินค้าที่มีการผลิตได้มาตรฐานในสายตาของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น
  • ประเด็นเรื่อง ;การส่งมอบสินค้าให้ทันตามกำหนด” ก็เป็นประเด็นที่ผู้นำเข้าชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญ เนื่องจากชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีความเคร่งครัดเรื่องกฎระเบียบ วินัย นอกจากนี้ การประกอบธุรกิจของชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับการบริหารสินค้าคงคลัง หากมีการส่งมอบสินค้าล่าช้าจะส่งผลกระทบทางลบต่อธุรกิจผู้นำเข้า ดังนั้นผู้ส่งออกควรบริหารจัดการผลิต และส่งมอบให้ตรงตามระยะเวลาที่กำหนดเพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดีในการทำธุรกิจร่วมกัน

ดูรายละเอียดฉบับเต็ม


อุตสาหกรรม