Display mode (Doesn't show in master page preview)

6 ตุลาคม 2554

อุตสาหกรรม

การรักษาส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐฯ ความท้าทายของผู้ประกอบการเสื้อผ้า-เครื่องนุ่งห่มไทย (มองเศรษฐกิจฉบับที่ 3187)

คะแนนเฉลี่ย

จากตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุด สะท้อนว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคภายในสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัวลง ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขเครื่องชี้การผลิตภาคอุตสาหกรรม และยอดค้าปลีกในสหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคมที่ยังคงทรงตัว (+0%) ในขณะที่ยอดขายในหมวดเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม หดตัวถึงร้อยละ 0.7(MoM) ซึ่งเป็นการหดตัวต่ำสุดในรอบ 8 เดือนของปี 2554 ทำให้คาดว่า สถานการณ์การนำเข้าเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มของสหรัฐฯ ในระยะข้างหน้าจะมีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้การส่งออกเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มของไทย ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ภายใต้กำลังซื้อที่มีอย่างจำกัดในตลาดสหรัฐ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า มูลค่าการส่งออกเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มของไทยไปสหรัฐฯ ทั้งปี 2554 นี้ จะมีมูลค่าประมาณ 1,240 – 1,260 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือหดตัวร้อยละ 2.0 ถึงขยายตัวร้อยละ 0 (YOY) อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของการส่งออกเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มของไทยไปยังตลาดโลก มีความเป็นไปได้ว่า จะยังคงมีทิศทางการขยายตัวและสามารถรักษาระดับการเติบโตต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทำให้คาดว่า ทั้งปี 2554 มูลค่าส่งออกเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มจะอยู่ที่ระดับ 3,330 – 3,430 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 4.0-7.0 (YOY) เนื่องจากการส่งออกไปยังตลาดรองอื่นๆ นอกเหนือสหรัฐฯ อย่างญี่ปุ่น และอาเซียน ที่ยังคงขยายตัวได้ดีและมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าในภาพรวมการนำเข้าเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มจากไทยของสหรัฐฯ จะมีแนวโน้มลดลง แต่ในสินค้าส่งออกหลักอย่าง สินค้าชุดชั้นในสตรีและเสื้อผ้าเด็กเล็ก ยังเป็นสินค้าที่ไทยมีศักยภาพในการแข่งขันค่อนข้างสูง จากการเป็นแหล่งนำเข้าอันดับต้นๆของสหรัฐฯ ดังนั้น หากผู้ประกอบการไทยต้องการรักษาฐานตลาดเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มในสินค้าหลักอย่าง เครื่องยกทรง ชุดชั้นในสตรีและเสื้อผ้าเด็กเล็ก ในตลาดสหรัฐฯ ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การรักษามาตรฐานการผลิต โดยชูจุดเด่นในเรื่อง ฐานการผลิตที่มีชื่อเสียง คุณภาพการผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานและความปลอดภัยสูง นอกจากนี้ ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการรักษาระยะเวลาการส่งมอบ ให้รวดเร็วและตรงเวลา การรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าและสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ ยังเป็นอีกหนึ่งทางรอดในการมิให้คู่แข่งเข้ามาแย่งคำสั่งซื้อเดิมที่เป็นของไทยไป

อย่างไรก็ตาม ในระยะข้างหน้าผู้ประกอบการควรปรับปรุงการบริหารจัดการในห่วงโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงมีการสร้างความร่วมมือในการพัฒนางานวิจัยและพัฒนา(R&D) ร่วมกันระหว่างนักออกแบบ ผู้ว่าจ้างผลิตและผู้ผลิต การขยายช่องทางการจำหน่ายใหม่ๆ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับมาตรการกีดกันการค้าที่มิใช่ภาษี ที่สหรัฐฯ เริ่มนำมาใช้ และคาดว่าจะเข้มข้นเรื่อยๆในอนาคต เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับนโยบายทางการค้านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สินค้าสิ่งทออินทรีย์ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Eco-Friendly Products/ Green Textile) เป็นต้น

ดูรายละเอียดฉบับเต็ม


อุตสาหกรรม