Display mode (Doesn't show in master page preview)

24 มิถุนายน 2548

อุตสาหกรรม

เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนไทยในสหรัฐฯ : ครึ่งแรก ... ซบเซาหนัก

คะแนนเฉลี่ย

จากรายงานของกรมศุลกากรและกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ พบว่า สถานการณ์การส่งออกเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนไทยไปยังตลาดสหรัฐฯในช่วง 4 เดือนแรกปี 2548 ซบเซาหนักมากที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา โดยมูลค่าการส่งออกเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนของไทยไปยังสหรัฐฯลดลงค่อนข้างมากถึงร้อยละ 12.8(ในเทอมเงินบาท) หรือลดลงประมาณร้อยละ 11 (ในเทอมเงินดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และประเภทสินค้าเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนที่มีการเติบโตของมูลค่าการส่งออกลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนอย่างชัดเจน(ในเทอมเงินบาท)ได้แก่เฟอร์นิเจอร์จากวัสดุธรรมชาติอย่างกก ไผ่ และหวาย(ลดลงร้อยละ 42.69) เฟอร์นิเจอร์โลหะ(ลดลงร้อยละ 26.25) และเฟอร์นิเจอร์ไม้(ลดลงร้อยละ 12.93) ส่วนชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์ลดลงเล็กน้อยในระดับร้อยละ 0.66 ขณะที่ประเภทสินค้าที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้นได้แก่เฟอร์นิเจอร์พลาสติกและเฟอร์นิเจอร์อื่นๆในระดับร้อยละ 32.69 และร้อยละ 23.49 ตามลำดับ แต่ทั้งสองประเภทเป็นกลุ่มสินค้าที่มีสัดส่วนรวมกันเพียงร้อยละ 2.57 ของมูลค่าการส่งออกเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนไทยไปสหรัฐฯในช่วงเวลาดังกล่าวเท่านั้น ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าในช่วงครึ่งแรกปี 2548 ตลาดเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนของไทยในตลาดสหรัฐฯจะยังคงซบเซาต่อเนื่องด้วยอัตราการเติบโตที่ติดลบร้อยละ 11-15 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับสถานะทางการค้าของสินค้าเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนของไทยในสหรัฐฯช่วงครึ่งแรกปี 2548 โดยอาศัยข้อมูลจาก U.S. Department of Commerce ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เห็นว่าสินค้าเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนไทยเป็นสินค้าที่มีการรุกตลาดสหรัฐฯยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร แม้จะมีศักยภาพการแข่งขันที่ดีระดับหนึ่งหรือยังมีความได้เปรียบในการส่งออกก็ตาม โดยเวียดนามนับเป็นประเทศที่น่าจับตามองมากเพราะศักยภาพการแข่งขันปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเวียดนามมีความได้เปรียบไทยในด้านต้นทุนค่าแรงที่ต่ำมากและมีการพัฒนาฝีมือแรงงานที่ค่อนข้างรวดเร็ว รวมถึงการรับเทคโนโลยีการผลิตจากนักลงทุนต่างชาติทั้งไต้หวัน สิงคโปร์และสหรัฐฯที่เข้าไปลงทุน ส่งผลให้การผลิตของเวียดนามมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วทั้งในด้านคุณภาพที่สูงขึ้นและความหลากหลายของรูปแบบสินค้า ในขณะที่คู่แข่งของรายอื่นๆไม่ว่าจะเป็นจีน หรืออินโดนีเซียที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูงกว่าไทยอยู่แล้วก็ได้มีการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทำให้ช่องว่างยิ่งห่างจากไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงเห็นว่าความสามารถในการแข่งขันและการขยายส่วนแบ่งตลาดของเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนไทยในสหรัฐฯอาจจะมีแนวโน้มลดลงได้ในอนาคตหากผู้ประกอบการไทยให้ความสำคัญต่อการพัฒนาด้านการออกแบบและด้านเทคโนโยลีการผลิตน้อยเกินไปหรือไม่เร่งสร้างตราสินค้าให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

ทั้งนี้การค้าเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนระหว่างไทย - สหรัฐฯในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พบว่าไทยเป็นฝ่ายเกินดุลสหรัฐฯ มาโดยตลอด แต่ขณะเดียวกันไทยก็ต้องพึ่งพาตลาดสหรัฐฯค่อนข้างมาก โดยในแต่ละปีไทยส่งออกเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนไปยังสหรัฐฯคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 30-35 ของมูลค่าการส่งออกเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนโดยรวมของไทย ขณะที่สหรัฐฯ ไม่ได้พึ่งพาตลาดเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนจากไทยเพียงแหล่งเดียว แต่ยังมีการนำเข้าจากแหล่งอื่นๆด้วย โดยแหล่งนำเข้าเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนที่สำคัญของสหรัฐฯส่วนใหญ่ล้วนเป็นบรรดาคู่แข่งที่มีความได้เปรียบไทยในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจีนหรือเวียดนามที่มีความได้เปรียบไทยในส่วนของต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงงานที่ต่ำกว่า ส่วนอิตาลีก็มีความได้เปรียบในส่วนของการออกแบบที่สวยงามและทันสมัย ดังนั้นผู้ประกอบการไทยจึงต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาและเพิ่มศักยภาพความสามารถในการแข่งขันและการรุกตลาดของสินค้าเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนของไทยในตลาดสหรัฐฯอย่างจริงจังและรวดเร็ว ขณะเดียวกันผู้ประกอบการไทยก็ต้องเร่งเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขัน รวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเจาะตลาดญี่ปุ่นและประเทศในสหภาพยุโรปที่ยังคงมีแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเร่งแสวงหาตลาดใหม่ๆเพื่อทดแทนตลาดสหรัฐฯควบคู่กันไปด้วย โดยเฉพาะบรรดาประเทศคู่ค้าใหม่ๆ ที่ภาครัฐได้ทำการเปิดตลาดเสรีไปแล้วไม่ว่าจะเป็นอินเดีย กลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง จีน รวมถึง ออสเตรเลีย เพื่อลดปัญหาการพึ่งพิงตลาดสหรัฐฯมากเกินไป และกระตุ้นให้สินค้าในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนโดยรวมของไทยมีโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มพูนยิ่งขึ้นในอนาคต

ดูรายละเอียดฉบับเต็ม


อุตสาหกรรม