Display mode (Doesn't show in master page preview)

29 ธันวาคม 2552

เศรษฐกิจไทย

ปีใหม่ปี 2553 : เม็ดเงินซื้อของขวัญสะพัด 5,500-5,600 ล้านบาท (กระแสทรรศน์ฉบับที่ 2192)

จากผลการสำรวจพฤติกรรมการซื้อของขวัญต้อนรับปีใหม่ปี 2553 ของคนกรุงเทพฯ โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ในระหว่างวันที่ 7-15 ธันวาคม 2552 พบว่า คนกรุงเทพฯส่วนใหญ่ได้มีการวางแผนซื้อของขวัญปีใหม่ในวาระของการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าปี 2552 ต้อนรับปีใหม่ 2553 กันค่อนข้างคึกคักขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เพราะต่างเล็งเห็นถึงความสำคัญของการมอบของขวัญปีใหม่ให้แก่กันเพื่อเป็นตัวแทนของการส่งมอบความรักและกำลังใจให้แก่ผู้รับ หลังจากคนกรุงเทพฯจำนวนหนึ่งอาจจะต้องเผชิญกับความเครียดมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปี 2552 แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าในปีนี้ คนกรุงเทพฯส่วนใหญ่วางแผนจะเลือกซื้อสินค้าของขวัญปีใหม่เพื่อมอบให้บุคคลต่างๆค่อนข้างช้ากว่าปีที่แล้วคือประมาณเดือนธันวาคมของปี 2552 จากเดิมที่มักจะเริ่มต้นจับจ่ายหาซื้อสินค้าของขวัญปีใหม่กันตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะกลุ่มผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการรอซื้อสินค้าราคาถูกในเดือนสุดท้ายของแต่ละปีจากมหกรรมลดราคาสินค้าล้างสต็อกสินค้า เพื่อเตรียมรับสินค้าแฟชั่นใหม่ๆในปีหน้าของบรรดาผู้ประกอบการและกิจการห้างร้านต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อของขวัญปีใหม่ในครั้งนี้ ที่คนกรุงเทพฯให้ความสำคัญต่อปัจจัยด้านราคาค่อนข้างมาก ควบคู่กับคุณภาพของสินค้า

แต่ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาถึงงบประมาณในการซื้อของขวัญปีใหม่ของคนกรุงเทพฯ พบว่าคนกรุงเทพฯส่วนใหญ่ไม่ได้มีการปรับลดงบประมาณในการซื้อของขวัญปีใหม่เพื่อต้อนรับปี 2553 โดยเป็นกลุ่มที่ตั้งงบประมาณเพิ่มขึ้นในสัดส่วนร้อยละ 39.6 และกลุ่มที่ตั้งงบประมาณใกล้เคียงกับปีก่อนเป็นสัดส่วนร้อยละ 39.8 จึงมีความเป็นไปได้ว่าเม็ดเงินหมุนเวียนสำหรับการจับจ่ายซื้อของขวัญปีใหม่ต้อนรับปี 2553 ของคนกรุงเทพฯ น่าจะสามารถพลิกฟื้นกลับมาคึกคักได้อีกครั้งหลังจากที่ซบเซาไปพอสมควรในปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าการใช้จ่ายเพื่อซื้อของขวัญปีใหม่ของคนกรุงเทพฯในปีนี้จะมีมูลค่าประมาณ 5,500-5,600 ล้านบาท หรือเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณร้อยละ 8-10

ดูรายละเอียดฉบับเต็ม


เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก

หรือ

กรอกรหัสจากการทำแบบสำรวจ


เศรษฐกิจไทย