เงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยในปี 2559 แม้จะทรงตัวในระดับต่ำที่ร้อยละ 0.2 ต่อปี แต่เริ่มเห็นสัญญาณการไต่ระดับขึ้นของเงินเฟ้อในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี ตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้น ส่งผลให้ทิศทางเงินเฟ้อในปี 2560 คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้น โดยมีราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้นเป็นแรงหนุน ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเฉลี่ยในปี 2560 จะอยู่ที่ 50.0 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่เฉลี่ย 41.3 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล จากผลของการบรรลุข้อตกลงร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกและประเทศนอกกลุ่มโอเปกในการลดกำลังการผลิตน้ำมัน อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้นจะเป็นแรงหนุนหลักต่ออัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2560 นี้ ให้ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่เฉลี่ยร้อยละ 1.8 ต่อปี และจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะส่งผ่านต้นทุนการผลิตมายังสินค้าและบริการอื่นๆ ให้สูงขึ้นตาม ซึ่งจะมีผลต่อเงินเฟ้อพื้นฐานให้ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วยที่ร้อยละ 1.2 ต่อปี
ทั้งนี้ เงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นจะมีนัยต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังจำกัด รวมถึงนัยต่อการดำเนินนโยบายการเงินของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ท่ามกลางกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังถูกจำกัดด้วยหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงประกอบกับรายได้ครัวเรือนที่ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อจะเป็นปัจจัยกดดันการบริโภคภาคครัวเรือนในปี 2560 ในขณะที่เงินเฟ้อที่สูงขึ้นในปี 2560 นี้ แม้ว่าจะยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ (เฉลี่ยทั้งปีร้อยละ 2.5 ± 1.5) แต่ก็จะเป็นแรงกดดันต่อการดำเนินนโยบายการเงิน โดยเฉพาะการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย Fed Funds ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะมีขึ้นอีกราว 2 ครั้งในปี 2560 นี้ จะเป็นแรงกดดันต่อการดำเนินนโยบายทางการเงินของไทยผ่านการไหลออกของเงินทุนรวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า กนง. จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยไว้ที่ร้อยละ 1.50 ต่อปี เพื่อรอประเมินสถานการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศเป็นระยะๆ
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น