Display mode (Doesn't show in master page preview)

27 มกราคม 2549

เศรษฐกิจไทย

เทศกาลตรุษจีนปีจอ : คนกทม.จับจ่าย..เม็ดเงินสะพัดเกือบ 15,000 ล้านบาท

เทศกาลตรุษจีนปีนี้มีแนวโน้มคึกคักกว่าปีที่แล้ว เพราะนอกจากจะไม่มีการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกในวงกว้างเช่นบางปีแล้ว สถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวยังมีแนวโน้มปรับตัวสู่ภาวะปกติหลังผ่านวิกฤตสึนามิมาได้กว่า 1 ปี ส่งผลให้คนกรุงเทพฯที่มีเชื้อสายจีนใช้จ่ายด้านต่างๆในเทศกาลตรุษจีนปีนี้เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ได้ทำการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2549 ของคนกรุงเทพฯที่มีเชื้อสายจีน ในลักษณะการสำรวจเชิงคุณภาพ ระหว่างวันที่ 16-23 มกราคม 2549 โดยใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 593 คนจากครัวเรือนที่มีการไหว้เจ้าช่วงตรุษจีน และครอบคลุมในทุกสาขาอาชีพสำคัญ

จากการสำรวจพบว่า การจับจ่ายซื้อเครื่องเซ่นไหว้ช่วงตรุษจีนปีนี้มีมูลค่าเฉลี่ยประมาณครัวเรือนละ 3,092.28 บาทเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณร้อยละ 10-15 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ อาทิ หมู ไก่ เป็ด และของทะเล รวมทั้งผัก และขนม ทำให้การใช้จ่ายเพื่อซื้อเครื่องเซ่นไหว้โดยรวมมีมูลค่าประมาณ 4,300 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 15

สำหรับการแจกอั่งเปาส่วนใหญ่จะแจกในรูปเงินสด ส่วนการแจกอั่งเปาเป็นทองนั้นนิยมให้กับญาติผู้ใหญ่ ซึ่งปัจจุบันก็มีสัดส่วนน้อยมาก และในปีนี้ยังได้รับผลกระทบจากราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ คือ เพิ่มขึ้นจากประมาณเกือบบาทละ 8,000 บาทในปีที่แล้วเป็นประมาณบาทละกว่า 10,000 บาทในปีนี้ ทำให้การค้าทองในช่วงตรุษจีนปีนี้มีแนวโน้มซบเซากว่าปีที่แล้วมาก

จากการสำรวจพบว่า งบประมาณในการแจกอั่งเปาในช่วงตรุษจีนปีนี้อยู่ที่เฉลี่ยคนละ 8,238.63 บาท ส่งผลให้โดยรวมแล้วมีเม็ดเงินอั่งเปาสะพัดในกรุงเทพฯคิดเป็นมูลค่าประมาณ 5,400 ล้านบาท

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีกรรมสำคัญๆในวันไหว้ คือ วันที่ 28 มกราคม 2549 แล้ว บรรดาเจ้าของกิจการร้านค้าต่างๆที่มีเชื้อสายจีนมักจะปิดห้างร้าน เพื่อให้พนักงานหรือลูกจ้างรวมทั้งครอบครัวได้พักผ่อนหรือเที่ยวหลังจากที่คร่ำเคร่งกับกิจการค้ามาตลอดทั้งปี ซึ่งมักจะหยุดเพียงไม่กี่วัน ทำให้ส่วนใหญ่ใช้เวลาช่วงหยุดตรุษจีนพักผ่อนอยู่ในกรุงเทพฯ โดยพบว่า ร้อยละ 65.4 ของผู้ตอบแบบสอบถามเลือกที่จะพักผ่อนอยู่กับบ้าน และร้อยละ 32.7 เลือกที่จะเดินทางไปเที่ยว

ในกลุ่มผู้ที่เลือกพักผ่อนอยู่ในกรุงเทพฯช่วงตรุษจีนนั้นร้อยละ 59.2 มีกิจกรรมด้านต่างๆ อาทิ การรับประทานอาหารนอกบ้าน การเดินเที่ยวตามห้างสรรพสินค้า การชมภาพยนตร์ การเที่ยวสวนสนุก การทำอาหารรับประทานกันในบ้าน การเยี่ยมอวยพรตามบ้านญาติ การไหว้พระตามวัดและศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงในกรุงเทพฯ โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 673.96 บาท ทำให้เกิดเม็ดเงินคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาทสะพัดสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังกล่าว

ในกลุ่มผู้ที่เลือกเดินทางไปเที่ยวในช่วงตรุษจีนนั้น ร้อยละ 96.3 เลือกที่จะเดินทางไปเที่ยวตามต่างจังหวัด ในจำนวนนี้เกือบร้อยละ 60 เดินทางไปเที่ยวระยะใกล้ในลักษณะเช้าไปเย็นกลับ โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 903.57 บาท ที่เหลือเดินทางไปเที่ยวแบบค้างคืนซึ่งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 1,865.22 บาท จากการใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนกรุงเทพฯเชื้อสายจีนในช่วงตรุษจีน ก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดสู่ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆในประเทศคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากปีที่แล้ว

แหล่งท่องเที่ยวในประเทศที่ได้รับความนิยมจากคนกรุงเทพฯในช่วงตรุษจีนส่วนใหญ่เป็นแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ได้แก่
  • แหล่งท่องเที่ยวชายทะเลในภาคตะวันออก อาทิ บางแสน พัทยา ระยอง และเกาะช้าง
  • แหล่งท่องเที่ยวชายทะเลในฝั่งอ่าวไทย อาทิ ชะอำ และหัวหิน

นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลในภาคใต้ อาทิ ภูเก็ต และสมุย รวมทั้งจังหวัดที่มีวัดหรือศาลเจ้าที่มีชื่อเสียง ได้แก่ นครปฐม พระนครศรีอยุธยา และฉะเชิงเทรา

ส่วนกลุ่มที่เลือกจะเดินทางไปต่างประเทศช่วงตรุษจีนมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 18,000 บาท ทำให้การเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศของคนกรุงเทพฯเชื้อสายจีนมีมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 ส่วนใหญ่เป็นการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวระยะใกล้ในเอเชีย โดยมีฮ่องกง สิงคโปร์ และจีน เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมช่วงตรุษจีน

โดยรวมแล้วการใช้จ่ายด้านต่างๆของคนกรุงเทพฯเชื้อสายจีนในเทศกาลตรุษจีนปีนี้มีมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 14,700 ล้านบาท ในจำนวนนี้สะพัดอยู่ในกรุงเทพฯประมาณ 11,700 ล้านบาท และกระจายสู่แหล่งท่องเที่ยวตามต่างจังหวัด 2,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีเงินที่รั่วไหลออกนอกประเทศจากการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศของคนกรุงเทพฯในช่วงตรุษจีนคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท

ดูรายละเอียดฉบับเต็ม


เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก

หรือ

กรอกรหัสจากการทำแบบสำรวจ


เศรษฐกิจไทย