Display mode (Doesn't show in master page preview)

7 พฤศจิกายน 2562

สถาบันการเงิน

เงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อย หลังธปท. ปรับเกณฑ์เอื้อเงินทุนไหลออก (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 3050)

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศ ปรับปรุงเกณฑ์เพื่อเอื้อให้เงินทุนไหลออกและลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่คณะกรรมการนโยบายการเงินมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงไปที่ 1.25% โดยอาจนับได้ว่าการดำเนินการทั้ง 2 ส่วนพร้อมกันดังกล่าวมีผลต่อจังหวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทซึ่งเริ่มขยับอ่อนค่าเล็กน้อย

                                                การปรับเกณฑ์สนับสนุนให้เงินทุนไหลออกของธปท. รอบนี้ เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากมาตรการเฝ้าระวังเงินทุนไหลเข้าระยะสั้นที่ธปท. ได้ประกาศใช้เมื่อเดือนก.ค. 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งการดำเนินการในรอบนั้นมีความเกี่ยวข้องกับการลดเกณฑ์ยอดคงค้าง ณ สิ้นวันของบัญชีเงินฝากสกุลเงินบาทของผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (non-resident: NR) และการยกระดับความเข้มงวดในการรายงานข้อมูลการถือครองตราสารหนี้ไทยของนักลงทุนต่างชาติ ในขณะที่การปรับปรุงเกณฑ์ 4 เรื่องหลักที่กำลังจะมีผลภายในวันที่ 8 พ.ย. 2562 นี้ จะมีความเกี่ยวข้องกับผู้ส่งออก นักลงทุน และประชาชนทั่วไป ได้แก่ 1. การยกเว้นการนำรายได้จากการส่งออกกลับประเทศ 2. การผ่อนคลายเงื่อนไขการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ 3. การผ่อนคลายการโอนเงินออกนอกประเทศ และ 4. การอนุญาตให้ลูกค้าคนไทยที่ลงทุนซื้อขายทองคำกับบริษัทผู้ค้าทองคำที่ได้รับอนุญาตจากธปท. ชำระราคาเป็นเงินตราต่างประเทศผ่านบัญชี FCD ได้

            ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การผ่อนเกณฑ์เงินทุนขาออกให้มีความเสรีมากขึ้นในครั้งนี้ อาจช่วยสร้างสมดุลให้กับกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายได้ในบางส่วน ผ่านการชะลอแรงซื้อเงินบาท (ชะลอแรงขายเงินดอลลาร์ฯ) ซึ่งเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนรายได้ในรูปเงินตราต่างประเทศกลับมาเป็นเงินบาทของผู้ส่งออกและผู้ค้าทองคำ และการกระตุ้นแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ (ขายเงินบาท) ตามธุรกรรมการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศของนักลงทุนไทย หรือการโอนเงินออกนอกประเทศของคนไทย

            โดยสรุปแล้ว มาตรการดูแลค่าเงินบาทล่าสุดของ ธปท. เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากมาตรการอื่นๆ ที่ได้ทำมาก่อนหน้านี้ ขณะที่ความเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ฯ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางเงินบาทในช่วงข้างหน้า อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ธปท. น่าจะยังคงมีเครื่องมือและมาตรการที่จะเข้าไปดูแลเสถียรภาพของเงินบาทได้เพิ่มเติมหากมีความจำเป็น ซึ่งเมื่อประกอบกับมุมมองในเชิงบวกที่เพิ่มมากขึ้นต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทำให้เชื่อว่า เงินบาทน่าจะมีแนวโน้มที่มีเสถียรภาพมากขึ้นในช่วงข้างหน้า

ดูรายละเอียดฉบับเต็ม


เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก

หรือ

กรอกรหัสจากการทำแบบสำรวจ


สถาบันการเงิน