Display mode (Doesn't show in master page preview)

20 มกราคม 2569

Econ Digest

ปี 2025 จีนบรรลุเป้าหมาย GDP ที่ 5% ท่ามกลางสัญญาณกิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศที่อ่อนแอ

คะแนนเฉลี่ย
o ในปี 2025 เศรษฐกิจจีนเติบโตอยู่ที่ 5% ตามเป้าหมายของทางการจีน (รูปที่ 1) ได้รับปัจจัยหนุนสำคัญจากภาคการส่งออกที่เติบโตดีกว่าคาดการณ์ แม้การส่งออกจากจีนไปสหรัฐฯ จะหดตัวอยู่ที่ -20% จากการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของทางสหรัฐฯ ตั้งแต่เดือนเม.ย.2025 แต่การส่งออกไปอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนาม และไทย รวมถึงการส่งออกไปยุโรปที่เติบโตดีช่วยหนุนการส่งออกจีนปี 2025 ให้เติบโตได้อยู่ที่ 5.5% (รูปที่ 2) อย่างไรก็ตาม กิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศยังส่งสัญญาณอ่อนแอ โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 4/2025 ที่เศรษฐกิจจีนเติบโตอยู่ที่ 4.5% ต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 2022 โดยมี 2 ปัจจัยกดดันสำคัญ ดังนี้ 
1. การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรหดตัวอยู่ที่ -3.8% โดยการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเริ่มส่งสัญญาณหดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 (รูปที่ 3) ได้รับปัจจัยกดดันจากการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่หดตัวต่อเนื่องอยู่ที่ -17.2% และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่หดตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ -2.2% 
2. ช่วงครึ่งหลังของปี 2025 ตัวเลขยอดค้าปลีกเติบโตชะลอลง โดยไตรมาส 4/2025 เติบโตเพียง 0.7%YoY ต่ำกว่าช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ที่เติบโตเฉลี่ยราว 4% ส่งผลให้ยอดค้าปลีกทั้งปีเติบโตอยู่ที่ 3.7% สะท้อนกว่าผลของมาตรการของเก่าแลกของใหม่ (Trade-in Program) หนุนการใช้จ่ายในประเทศได้จำกัด 

o ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในปี 2026 ทางการจีนจะยังผ่อนคลายนโยบายการเงินผ่านการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย (7-days revese repo rate) และสัดส่วนสำรองเงินตามกฎหมายของธนาคารพาณิชย์ (Reserve Requirement Ratio) โดยล่าสุดวันที่ 15 ม.ค.2026ธนาคารกลางจีนได้ปรับลดดอกเบี้ยเฉพาะภาคส่วน (Relending และ Rediscount Rate) ลง 0.25% อีกทั้งฝั่งนโยบายการคลังคาดมีการผ่อนคลายต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปี 2026 เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มเติบโตชะลอลงจากปี 2025 โดยคาดว่าจะอยู่ที่ 4.2% มี 4 ปัจจัยสำคัญที่น่าจับตา ดังนี้ 
1. ภาคอสังหาริมทรัพย์จะยังเป็นปัจจัยกดดันหลักสำคัญของเศรษฐกิจต่อเนื่องจากในปีก่อน แม้ปี 2026 ทางการมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการจัดการปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น แต่ปัจจุบันบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งยังมีแนวโน้มเผชิญปัญหาสภาพคล่อง ซึ่งคาดว่าจะยังเป็นปัญหาสำคัญที่จะยังเกิดขึ้นตลอดทั้งปี 2026 
2. ปัญหาหนี้ของรัฐบาลท้องถิ่นจีนจะส่งผลกระทบต่อเม็ดเงินกระตุ้นทางการคลัง แม้ทางการจีนจะมีแนวโน้มผ่อนคลายมาตรการทางการคลัง แต่เม็ดเงินบางส่วนคาดถูกนำมาใช้ในการจัดการปัญหาหนี้ของรัฐบาลท้องถิ่น ทำให้วงเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจอาจมีจำกัด (รูปที่ 4) 
3. ในระยะสั้นมาตรการ Anti-Involution ที่ทางการจีนจะนำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาสงครามราคา และกำลังการผลิตส่วนเกินอาจทำให้เกิดการควบรวมกิจการ และลดการผลิต ซึ่งหากไม่มีมาตรการมารองรับเพียงพอจะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในประเทศ ซึ่งจะกดดันต่อเนื่องถึงการใช้จ่ายในประเทศ ทั้งนี้ ในปี 2026 ทางการจีนได้เริ่มปรับเกณฑ์ใหม่ในรถยนต์ Hybrid ที่จะเข้าเกณฑ์นำมาลดหย่อนภาษี โดยให้มีระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 100 กิโลเมตรจากเดิมที่ 43 กิโลเมตร เพื่อสนับสนุนให้อุตสาหกรรมรถยนต์ผลิตรถยนต์คุณภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ทางการจีนยังได้ปรับลดมูลค่าลดหย่อนภาษีของรถไฟฟ้าสูงสุดต่อคันลง 
4. สงครามการค้าระหว่างจีน และสหรัฐฯ รวมถึงประเทศอื่น ๆ ที่ยังมีความไม่แน่นอนจะกดดันการส่งออกของจีนในปี 2026 แม้ว่าข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะสิ้นสุดในเดือนพ.ย.2026 แต่คาดว่าระหว่างทางยังมีความไม่แน่นอนสูง อีกทั้งความไม่แน่นอนทางการค้าของจีนกับชาติอื่น ๆ คาดมีเพิ่มขึ้น

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest