Display mode (Doesn't show in master page preview)

15 พฤษภาคม 2569

Econ Digest

ค่าเงินบาท และตลาดหุ้นไทย (สัปดาห์ที่ 11-15 พ.ค. 69)

คะแนนเฉลี่ย
สรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาท

• เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ช่วงปลายสัปดาห์ ทั้งนี้ เงินบาทอ่อนค่าลงตามสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวขึ้นในฐานะสกุลเงินปลอดภัยหลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีแนวโน้มยืดเยื้อ เนื่องจากทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่สามารถตกลงในรายละเอียดเงื่อนไขของข้อเสนอสันติภาพ อย่างไรก็ดี เงินบาททยอยแข็งค่ากลับมาบางส่วนสอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงและสกุลเงินในเอเชีย โดยเฉพาะเงินหยวนซึ่งได้รับอานิสงส์จากความหวังเชิงบวกต่อการประชุมสุดยอดระหว่าง ปธน. สี จิ้นผิง ของจีน และ ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ที่ 32.68 บาทต่อดอลลาร์ฯ ช่วงท้ายสัปดาห์ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ปรับแข็งค่าขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ประกอบกับมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นตามที่ตลาดคาด ซึ่งยิ่งหนุนการคาดการณ์ว่า เฟดอาจยืนดอกเบี้ยที่ระดับสูงไปอีกระยะเพื่อรอประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีต่อเงินเฟ้อสหรัฐฯ  
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 18-22 พ.ค. 2569 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 32.10-32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ประเด็นระหว่างสหรัฐฯ และจีนหลังการประชุมสุดยอดของผู้นำสิ้นสุดลง ตัวเลข PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนพ.ค.ของสหรัฐฯ บันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 28-29 เม.ย. ตัวเลขเศรษฐกิจเดือนเม.ย. และการกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน ตลอดจนตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนเม.ย. ของยูโรโซน อังกฤษและญี่ปุ่น

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
• ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวน แต่ยังคงยืนเหนือ 1,500 จุด ทั้งนี้ SET Index ย่อตัวลงช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายของกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ จากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับการปรับลดน้ำหนักหุ้นไทยของ MSCI อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นจนกลับมายืนเหนือ 1,500 จุดได้ในช่วงกลางสัปดาห์ หลังตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับประเด็น MSCI Rebalance ส่งผลให้มีแรงซื้อหุ้นบิ๊กแคปรายตัว นอกจากนี้ ความหวังเชิงบวกต่อประเด็นการหารือระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีนยังมีส่วนช่วยหนุนให้ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นต่อในระหว่างสัปดาห์ด้วยเช่นกัน ดัชนีหุ้นไทยกลับมาย่อตัวลงอีกครั้งช่วงท้ายสัปดาห์ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคหลังการเจรจาระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีนสิ้นสุดลง ประกอบกับมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากแรงขายหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่ง จากความกังวลว่าจะเข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายระดับ 1 ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขายและ Cash Balance หลังจากดีดตัวขึ้นแรงก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี แรงซื้อหุ้นแบงก์รายใหญ่แห่งหนึ่งหลังมีรายงานข่าวว่าได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาช่วยชะลอภาพการปรับตัวลงของดัชนีหุ้นไทยได้บางส่วน
• สัปดาห์ที่ 18-22 พ.ค. 2569 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,500 และ 1,480 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,540 และ 1,555 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 ของไทย ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนพ.ค. (เบื้องต้น) ของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ บันทึกประชุมเฟด ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนเม.ย. ของยูโรโซนและญี่ปุ่น ตลอดจนการกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR เดือนพ.ค. และตัวเลขเศรษฐกิจเดือนเม.ย. ของจีน

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น