สรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาท
• เงินบาทแข็งค่าเพียงเล็กน้อยเนื่องจากตลาดยังรอติดตามสัญญาณการเจรจารอบ 2 ของสหรัฐฯ และอิหร่าน ทั้งนี้เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแข็งค่าในตลาด Offshore ช่วงวันหยุดสงกรานต์ต้นสัปดาห์ และสามารถเพิ่มช่วงบวกได้ต่อเนื่องหลังตลาดในประเทศกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง สอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินอื่นในเอเชีย ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายหลังมีรายงานข่าวว่า สหรัฐฯ และอิหร่านเปิดรับโอกาสที่จะกลับมาเจรจากันอีกครั้ง หลังจากการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านรอบแรกไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม โดยเงินบาททยอยแข็งค่าผ่านแนว 32.00 ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือนที่ 31.86 บาทต่อดอลลาร์ฯ อย่างไรก็ดี เงินบาทอ่อนค่ากลับมาบางส่วนสอดคล้องกับภาพการอ่อนค่าของสกุลเงินอื่นในเอเชียช่วงท้ายสัปดาห์ เพราะแม้จะมีดีลข้อตกลงหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน แต่ตลาดก็ยังคงรอติดตามความชัดเจนของการกลับมาเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และเส้นตายข้อตกลงหยุดยิงที่จะสิ้นสุดในสัปดาห์หน้า ประกอบกับเงินดอลลาร์ฯ มีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 20-24 เม.ย. 2569 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 31.60-32.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกเดือนมี.ค. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสัญญาณของการเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ยอดค้าปลีกและยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนมี.ค. ของสหรัฐฯ ข้อมูล PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนเม.ย. ของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ การกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมี.ค. ของญี่ปุ่น
สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
• ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงตามแรงขายของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้ SET Index ปรับตัวลงตั้งแต่วันทำการแรกหลังวันหยุดยาวของตลาดในประเทศท่ามกลางแรงขายหลัก ๆ จากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่ง (เนื่องจากเข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายระดับ 1 ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance) หุ้นกลุ่มแบงก์ (ก่อนการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2569) และหุ้นกลุ่มพลังงาน (หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกย่อตัวลง) นอกจากนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงมีความยืดเยื้อก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันดัชนีหุ้นไทยด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ การเจราจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 11-12 เม.ย. ยังไม่ได้ข้อสรุป และยังไม่มีการกำหนดวันที่แน่ชัดสำหรับการเจรจารอบต่อไป ทั้งนี้ แม้จะมีรายงานข่าวว่าอิสราเอล-เลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 10 วันเข้ามาในช่วงท้ายสัปดาห์ แต่นักลงทุนยังคงมีความระมัดระวังในการลงทุนและติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง
• สัปดาห์ที่ 20-24 เม.ย. 2569 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,470 และ 1,450 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,495 และ 1,510 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบจ.ไทย โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ ตัวเลขส่งออกเดือนมี.ค. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ยอดค้าปลีกเดือนมี.ค. ของสหรัฐฯ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนเม.ย. (เบื้องต้น) ของสหรัฐฯ ยูโรโซน อังกฤษและญี่ปุ่น อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR เดือนเม.ย. ของจีน ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมี.ค. ของอังกฤษและญี่ปุ่น
Scan QR Code
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น