Display mode (Doesn't show in master page preview)

17 กันยายน 2562

Econ Digest

ในการประชุม 17-18 กันยายนนี้ คาด เฟด...ลดดอกเบี้ย ลง 0.25% ตลาดการเงินหวัง...ผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อเนื่อง

​         ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จากระดับ 2.00-2.25% ไปสู่ระดับ 1.75-2.00% ในการประชุมนโยบายการเงินวันที่ 17-18 กันยายนนี้ จากเครื่องชี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีทิศทางชะลอลง โดยเฉพาะภาคการผลิตและการจ้างงาน ตลอดจนความไม่แน่นอนต่อการเติบโตของเศรษฐกิจยังคงอยู่ในระดับสูง 
เป็นปัจจัยสนับสนุนการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ ทั้งนี้ เฟดไม่น่าจะส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากนักต่อทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างการคาดการณ์ต่อตลาดการเงิน อันจะส่งผลให้ความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายภายหน้าน้อยลง  และเฟดอาจจะปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปีนี้และปีหน้าลงเล็กน้อย ซึ่งไม่น่าจะมีนัยสำคัญมากนัก

            ​การดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายของธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางขนาดใหญ่ ภายใต้บริบทที่ปัจจัยเสี่ยงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ประเทศในตลาดเกิดใหม่ที่มีปัจจัยพื้นฐานด้านต่างประเทศแข็งแกร่ง มีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูง และไม่ได้เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากข้อพิพาททางการค้าในสัดส่วนที่สูง เช่น ประเทศไทย มีความน่าสนใจในการดึงดูดเงินทุนไหลเข้า อย่างไรก็ดี คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงจะพิจาณาสถานการณ์ทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศในการดำเนินนโยบายการเงิน มากกว่าการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยของธนาคารกลางขนาดใหญ่โดยลำพัง ซึ่งทำให้คาดว่า กนง. คงไม่ปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามเฟดในทันที แต่คงจะรอติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจต่อไปอีกระยะหนึ่งก่อน


Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest