Display mode (Doesn't show in master page preview)

4 กุมภาพันธ์ 2563

Econ Digest

สิ่งที่เกิดขึ้น กับธุรกิจ หลัง...งดใช้ถุงพลาสติก

          ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2563 ไทยเริ่มมีการงดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง ภายใต้กรอบการดำเนินงานของแผนจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561–2573 โดยกรมควบคุมมลพิษ เบื้องต้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า จะทำให้ปริมาณถุงพลาสติกหูหิ้วดังกล่าวลดลงอย่างมาก กระทบห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมถุงพลาสติก และเกิดโอกาสของธุรกิจสินค้าทดแทน

           ที่ผ่านมา ปริมาณการใช้ถุงพลาสติกดังกล่าวอยู่ที่ราว 45,000 ล้านใบ/ปี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า เมื่อดำเนินการตามแผนจะทำให้ปี 2563 การใช้ถุงพลาสติกดังกล่าวลดลงราว 29% ของค่าเฉลี่ยการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วของคนไทย หรือราว 13,000 ล้านใบ คิดเป็นมูลค่าราว 2,400 ล้านบาท และในอนาคตเมื่อมีการขยายความร่วมมือไปในกลุ่มตลาดสดและร้านขายของชำเพิ่มขึ้นจะทำให้เมื่อสิ้นสุดปี 2565 การใช้ถุงพลาสติกดังกล่าวจะลดลงอย่างน้อยราว 64% ของค่าเฉลี่ยการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วของคนไทย หรือราว 29,000 ล้านใบ คิดเป็นมูลค่าราว 5,300 ล้านบาท

             ​​การลดการใช้ถุงพลาสติกดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานทั้งรายใหญ่ และ SMEs ต้องเผชิญความท้าทาย ซึ่งภาครัฐควรออกมาตรการสนับสนุนเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวได้ อย่างไรก็ดี การที่ถุงเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ปี 2563 ภาพรวมผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการลดใช้ถุงพลาสติกดังกล่าวจะยังคงเป็นบวกราว 2,191 ล้านบาท เนื่องจากเกิดโอกาสทางธุรกิจสำหรับถุงทดแทน โดยเฉพาะถุงพลาสติกชนิดหนา ถุงผ้าพลาสติก และถุงผ้า ที่จะมีความต้องการราว 410 ล้านใบ คิดเป็นมูลค่าราว 4,630 ล้านบาท แต่ในปี 2565 ภาพรวมทางเศรษฐกิจของตลาดถุงหูหิ้วจะเริ่มมีมูลค่าเป็นลบราว 295 ล้านบาท เนื่องจากถุงทดแทนมีอายุการใช้งานที่นานจึงทำให้ความถี่ในการซื้อซ้ำลดลง ทั้งนี้ แม้ว่าผลสุทธิของตลาดถุงหูหิ้วจะติดลบในระยะข้างหน้า แต่ประเด็นเรื่องความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมที่ได้นั้นไม่อาจประเมินเป็นมูลค่าได้



Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest