Display mode (Doesn't show in master page preview)

1 กรกฎาคม 2569

Econ Digest

อินโดนีเซียเร่งใช้ B50 ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า

คะแนนเฉลี่ย
        เป้าหมายสำคัญของมาตรการ B50 คือต้องการรลดความเปราะบางของเศรษฐกิจ โดยอินโดนีเซียเตรียมยกระดับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B50 ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 นับเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่กำหนดให้ใช้น้ำมันดีเซลผสมไบโอดีเซลจากปาล์มน้ำมันในสัดส่วน 50% โดยมีเป้าหมายลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดีเซล เพิ่มการใช้ทรัพยากรภายในประเทศ และเสริมความมั่นคงทางพลังงาน เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานโลกต่อเศรษฐกิจอินโดนีเซีย
        การพึ่งพาน้ำมันนำเข้ายังคงเป็นจุดเปราะบางของเศรษฐกิจอินโดนีเซีย แม้อินโดนีเซียจะเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายสำคัญของอาเซียน แต่ในปี 2567 ผลิตน้ำมันได้เพียง 0.8 ล้านบาร์เรล/วัน ขณะที่การบริโภคอยู่ที่ 1.63 ล้านบาร์เรล/วัน หรือผลิตได้เพียงครึ่งหนึ่งของความต้องการใช้ ส่งผลให้ต้องนำเข้าน้ำมันสุทธิราว 7-8 แสนบาร์เรล/วัน และยังนำเข้าดีเซลประมาณ 4.9 ล้านกิโลลิตร/ปี คิดเป็น 10.5% ของความต้องการใช้ดีเซลในประเทศ เมื่อราคาน้ำมันโลกปรับสูงขึ้น ต้นทุนนำเข้าพลังงานจึงเพิ่มขึ้น กดดันดุลบัญชีเดินสะพัด ค่าเงินรูเปียห์ และฐานะการคลัง โดยในไตรมาส 1/2569 อินโดนีเซียขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 0.73% ของ GDP
        อินโดนีเซียมีความได้เปรียบด้านปาล์มน้ำมัน จึงสามารถผลักดัน B50 ได้ โดยเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลก คิดเป็น 57% ของการผลิตโลก และเป็นผู้ผลิตไบโอดีเซลจากปาล์มน้ำมันอันดับหนึ่งของโลก ทำให้มีวัตถุดิบเพียงพอในการยกระดับจาก B40 เป็น B50 เพื่อทดแทนดีเซลนำเข้าและเพิ่มการใช้พลังงานที่ผลิตภายในประเทศ
        B50 ช่วยลดความเปราะบางของเศรษฐกิจอินโดนีเซียผ่าน 5 ช่องทางหลัก โดยเริ่มจากการทดแทนดีเซลนำเข้าด้วยไบโอดีเซลที่ผลิตจากปาล์มน้ำมันในประเทศ ซึ่งช่วยลดการนำเข้าพลังงานและความต้องการใช้เงินดอลลาร์ฯ ส่งผลให้ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น พร้อมทั้งบรรเทาแรงกดดันต่อค่าเงินรูเปียห์ นอกจากนี้ การลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้ายังช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก และช่วยบรรเทาภาระการอุดหนุนพลังงานของภาครัฐในช่วงที่ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง โดยรัฐบาลประเมินว่า B50 จะช่วยประหยัดเงินตราต่างประเทศจากการนำเข้าน้ำมันดีเซลได้ประมาณ 8.9 พันล้านดอลลาร์ฯ หรือคิดเป็นประมาณ 0.66% ของ GDP ในปี 2569 ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีความสำคัญในช่วงที่เศรษฐกิจอินโดนีเซียยังเผชิญแรงกดดันด้านการคลัง โดยดุลการคลังยังขาดดุล 0.93% ของ GDP ในไตรมาส 1/2569
        อย่างไรก็ตาม การใช้ B50 เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเสริมเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว อินโดนีเซียยังต้องนำเข้าน้ำมันดิบ เบนซิน และก๊าซ LPG อีกจำนวนมาก ขณะที่ผลลัพธ์ของนโยบายยังขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันโลก ราคาน้ำมันปาล์ม และการดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่สามารถทดแทนการนำเข้าพลังงานทั้งหมดได้ แต่ B50 ถือเป็นก้าวสำคัญในการลดความเปราะบางจากการพึ่งพาพลังงานนำเข้า และสร้างภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจอินโดนีเซียในระยะยาว

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น