Display mode (Doesn't show in master page preview)

12 กุมภาพันธ์ 2569

Econ Digest

ส่องสถิติเม็ดเงินต่างชาติในตลาดหุ้นและบอนด์ไทย

คะแนนเฉลี่ย
  • แม้กระแสเงินทุนต่างชาติในช่วง 3 เดือนก่อนการเลือกตั้งของไทยทั้ง 4 รอบ (ในปี 2554 2562 2566 และ 2569) อาจสะท้อนมุมมองบางส่วนที่มีต่อปัจจัยการเมือง แต่คงต้องยอมรับว่า บริบทของตลาดการเงิน เศรษฐกิจไทย–โลก รวมถึงทิศทางดอกเบี้ยไทยและสหรัฐฯ ที่มีความแตกต่างกันในแต่ละช่วง ก็มีผลต่อการกระจายพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน ซึ่งจุดที่แตกต่างอย่างชัดเจน คือ ช่วงก่อนการเลือกตั้งปี 2569 ที่ต่างชาติกลับเข้าซื้อสุทธิพร้อมกันทั้งตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรไทย 
  • เม็ดเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติยังคงไหลเข้าทั้งตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรไทยอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 วันทำการหลังการเลือกตั้งปี 2569 โดยระหว่างวันที่ 9–11 ก.พ. นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นและบอนด์ไทยรวมกันสูงถึง 32.8 พันล้านบาท ซึ่งนับว่ามีมูลค่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันหลังการเลือกตั้งรอบก่อนหน้า สะท้อนความคาดหวังต่อเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่และแนวโน้มนโยบายเศรษฐกิจที่น่าจะมีความต่อเนื่อง รวมถึงมุมมองคาดการณ์ที่มีต่อโอกาสการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในประเทศ 
  • ทิศทางเงินทุนต่างชาติในระยะถัดไปยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะบริบทเศรษฐกิจไทยและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งทำให้ยังคงต้องติดตาม 3 ประเด็นต่อเนื่อง ได้แก่ 1. เสถียรภาพของรัฐบาลใหม่และความต่อเนื่องของมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจซึ่งจะมีผลต่อมุมมองการเติบโตในระยะกลาง 2. ความเสี่ยงด้านสถานะการคลังและท่าทีของบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และ 3. ความผันผวนของตลาดเงินและตลาดทุนต่างประเทศ ซึ่งจะยังเป็นปัจจัยภายนอกที่มีความสำคัญต่อจังหวะฟันด์โฟลว์ของต่างชาติในตลาดการเงินไทย

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest