Display mode (Doesn't show in master page preview)

19 พฤษภาคม 2569

Econ Digest

ปริมาณส่งออกผงชูรส (MSG) ไทยคาดจะลดลง 6.2% ในปี 2026 จากการแข่งขันกับจีน

คะแนนเฉลี่ย
ปริมาณส่งออกผงชูรส (MSG) ของไทยในปี 2026 คาดว่าจะลดลง 6.2% จากแรงกดดันด้านการแข่งขันกับจีน โดยเฉพาะในตลาดประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นฐานส่งออกสำคัญของไทย 
•    จีนเป็นผู้นำในตลาด MSG โลกอย่างชัดเจน โดยในปี 2025 จีนส่งออก MSG มูลค่ากว่า 966 ล้าน
ดอลลาร์ฯ ปริมาณราว 1.11 ล้านตัน ในขณะที่ไทยส่งออก MSG มูลค่า 189 ล้านดอลลาร์ฯ ปริมาณราว 1.01 แสนตัน สะท้อนถึงขนาดการผลิตและการส่งออกของจีนที่ใหญ่กว่าไทยหลายเท่า ส่งผลให้จีนมีความสามารถในการแข่งขันด้านราคาสูงกว่า
•    ทั้งนี้ โครงสร้างการส่งออก MSG ของไทยพึ่งพาตลาดหลักค่อนข้างสูง โดยไทยส่งออก MSG ไป 5 ประเทศหลัก คิดเป็นสัดส่วนรวมราว 79% ของการส่งออกทั้งหมด และมีเมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชาเป็น 3 ตลาดสำคัญ จึงทำให้ทิศทางการนำเข้าของประเทศเหล่านี้มีผลอย่างมากต่อภาพรวมการส่งออก MSG ของไทย
•    ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การส่งออก MSG ของไทยเติบโตต่ำกว่าจีน โดยเฉพาะในเมียนมาและกัมพูชา ซึ่งเริ่มนำเข้า MSG จากจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากช่วงปี 2022–2025 ที่ปริมาณส่งออก MSG จากไทยไปเมียนมาเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียง 2% ต่อปี ในขณะที่จีนขยายตัวสูงถึง 18% ต่อปี ส่วนตลาดกัมพูชา ปริมาณส่งออกจากไทยหดตัวเฉลี่ย 12% ต่อปี ขณะที่จีนเติบโต 19% ต่อปี แนวโน้มดังกล่าวชี้ว่าจีนกำลังรุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านของไทยมากขึ้น 
•    แรงกดดันสำคัญมาจากราคาส่งออก MSG ของจีนที่ต่ำกว่าไทยมากราว 53% โดยราคา MSG ของจีนอยู่ที่ 871 ดอลลาร์ฯ/ตัน เทียบกับราคาของไทยที่ราว 1,860 ดอลลาร์ฯ/ตัน ส่วนต่างราคานี้ทำให้ผู้นำเข้าในตลาดที่อ่อนไหวต่อราคา มีแรงจูงใจหันไปซื้อสินค้าจากจีนเพิ่มขึ้น

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest