Display mode (Doesn't show in master page preview)

23 เมษายน 2569

Econ Digest

การประชุมกนง. 29 เม.ย. 2569 คาดคงดอกเบี้ยที่ 1.00% ท่ามกลางความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

คะแนนเฉลี่ย

ในการประชุมกนง. วันที่ 29 เม.ย. 2569 คาดว่าที่ประชุมจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.00% ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังอยู่ในระดับสูงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยกนง. คาดว่าจะมีมุมมอง wait-and-see เพื่อประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน สอดคล้องกับท่าทีของธนาคารกลางหลักหลายแห่งทั่วโลก
•    แรงกดดันเงินเฟ้อของไทยมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นในช่วงไตรมาส 2/2569 จากต้นทุนด้านพลังงาน โลจิสติกส์ และวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนจากดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมีนาคม 2569 ที่เร่งขึ้นมาอยู่ที่ 6.0% แม้ว่าเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) ในเดือนเดียวกันยังคงติดลบเล็กน้อยที่ -0.08% อย่างไรก็ดี คาดว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะทยอยส่งผ่านไปยังราคาผู้บริโภคในระยะข้างหน้า ขณะที่การส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อพื้นฐานจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ท่ามกลางอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังเปราะบาง ทั้งนี้ แนวโน้มราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะจากประเด็นการเข้าถึงช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์หลักของโลก
•    รอประเมินข้อมูลเพิ่มเติม โดยเฉพาะตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2569 ซึ่งจะประกาศในเดือนพ.ค. 2569 รวมถึงติดตามผลกระทบของสถานการณ์ตะวันออกกลางต่อการบริโภค การลงทุน การผลิต การส่งออก และภาคการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นชัดเจนมากขึ้นในระยะถัดไป ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลงในไตรมาส 2/2569 ก่อนที่จะมีโอกาสฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% ตลอดทั้งปี 2569 โดยมีมุมมองว่า
•    อุปสงค์ในประเทศยังอ่อนแอ ทำให้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีประสิทธิผลจำกัดในการแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ และอาจยิ่งซ้ำเติมภาวะอุปสงค์ภายในประเทศให้ชะลอลงมากขึ้น แม้ว่าเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นและอาจเฉลี่ยสูงกว่ากรอบเป้าหมายที่ 1-3% จากราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่อยู่ในระดับสูง โดยแรงกดดันเงินเฟ้อมาจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นหลัก
•    ในขณะเดียวกัน การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมอาจไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่นโยบายการคลังมีแนวโน้มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยภาครัฐมีแผนออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม ทั้งมาตรการทางการคลังและมาตรการทางการเงินเฉพาะจุด เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) ซึ่งคาดว่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบและพยุงเศรษฐกิจได้มีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้นโยบายดอกเบี้ยโดยรวม


Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest