Display mode (Doesn't show in master page preview)

9 กันยายน 2563

Econ Digest

นโยบายการเงินใหม่”สหรัฐฯ หนุนดาวโจนส์กลับมาร้อนแรง แต่...เสี่ยงสร้างความผันผวนแก่ตลาดการเงินในอนาคต

               นายเจโรม พาวเวล ประธานเฟดได้ประกาศปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินครั้งสำคัญในการประชุม Jackson Hole เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2563 โดยคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติการปรับยุทธศาสตร์นโยบายการเงินและเป้าหมายในระยะยาว โดยเปลี่ยนมาใช้เป้าหมายอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย (Flexible Average Inflation Targeting) แทนเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อเดิมที่คงที่ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายการเงิน

                การปรับเปลี่ยนดังกล่าวทำให้ตลาดทุนของสหรัฐฯ กลับมาร้อนแรง ท่ามกลางความเชื่อมั่นว่าเฟดจะดำเนินนโยบายผ่อนคลายต่อเนื่อง ซึ่งสภาพคล่องที่เข้าสู่ระบบนั้นมีแนวโน้มที่จะเข้าสู่ตลาดทุนเป็นหลัก ขณะที่ภาคตลาดจริงอาจไม่ได้รับผลประโยชน์จากสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นเท่าใดนัก ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังเผชิญความเสี่ยงสูง อนึ่ง การที่ตลาดหุ้นปรับตัวสูงขึ้นน่าจะส่งผลดีทางการเมืองต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนการเลือกตั้งในเดือนพ.ย. แต่เมื่อมองไปข้างหน้า หากเฟดต้องอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเพื่อคงดอกเบี้ยในระดับต่ำไปอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นปัจจัยเร่งให้เงินเฟ้อปรับสูงขึ้นในอนาคต และทำให้เฟดต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยในท้ายที่สุด โดยอาจส่งผลให้มีการ selloff ครั้งใหญ่ในตลาดทุน ดังเช่นในช่วงปี 2558-2559 ซึ่งการเข้าสู่การถอนมาตรการกระตุ้น (exit strategy) ของเฟดอาจก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา โดยในการปรับขึ้นดอกเบี้ยรอบที่แล้วช่วงปลายปี 2558 หลังเฟดคงดอกเบี้ยในระดับใกล้ศูนย์ถึงเกือบ 10 ปี จะเห็นว่าหลังจากที่เฟดส่งสัญญาณว่าจะขึ้นดอกเบี้ย ตลาดทุนก็ปรับตัวลดลงและผันผวนอย่างมาก 

               ​สำหรับผลกระทบของนโยบายดังกล่าวต่อเศรษฐกิจไทย คงมีผลต่อค่าเงินบาทเป็นหลัก เนื่องจากการเปิดช่องให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น ทำให้ดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลง และเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น สร้างความท้าทายแก่การดำเนินนโยบายการเงินของไทย รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า



Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest