Display mode (Doesn't show in master page preview)

30 มิถุนายน 2569

Econ Digest

ความจุดาต้าเซ็นเตอร์ไทยคาดโต 59% ต่อปี กระจุกตัวใน EEC แทนกรุงเทพฯ และปริมณฑล

คะแนนเฉลี่ย
•    การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน โดยมูลค่าโครงการที่ได้รับอนุมัติจาก BOI เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 98 พันล้านบาทในปี 2024 เป็น 335 พันล้านบาท ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 ส่งผลให้ความจุดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยคาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ยราว 59% ต่อปี ในช่วง 2026-2028
•    ในปัจจุบัน กรุงเทพฯ และปริมณฑลยังเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์หลักของไทย โดยมีสัดส่วนความจุประมาณ 52% ของทั้งประเทศ ขณะที่ EEC มีสัดส่วนราว 41% สะท้อนว่าพื้นที่ลงทุนเดิมยังคงกระจุกตัวในกรุงเทพฯ และพื้นที่โดยรอบ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของไทย
•    อย่างไรก็ตาม EEC กำลังเร่งขึ้นเป็นฐานการเติบโตใหม่ของดาต้าเซ็นเตอร์ เนื่องจากความพร้อมของที่ดินและนิคมอุตสาหกรรมที่จะรองรับโครงการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ รวมไปถึงสิทธิประโยชน์พิเศษในพื้นที่ EEC เช่น สิทธิการเช่าที่ดินระยะยาว และกลไก EEC fast pass ในการขอรับใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อมและการก่อสร้าง เป็นต้น โดยมีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่ EEC ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและคาดว่าจะเปิดดำเนินการภายในปี 2028 รวม 149.9 MW สูงกว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑลที่มี ประมาณ 76.7 MW เกือบ 2 เท่า
•    การเติบโตใน EEC ยังขึ้นอยู่กับความพร้อมด้านไฟฟ้าและน้ำ โดยปัจจุบัน “โครงข่ายไฟฟ้า” ในพื้นที่ EEC ยังคงรองรับการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ได้จำกัด อย่างไรก็ตาม ภาครัฐกำลังอยู่ในช่วงอัปเกรดระบบโครงข่ายไฟฟ้าเพิ่มเติมรวม 1,150    MW แบ่งเป็น 400 MW ที่เปิดดำเนินการแล้ว และอีก 750 MW อยู่ระหว่างดำเนินการ ในอีกด้านหนึ่ง “ความพร้อมด้านน้ำ” มีภาวะตึงตัวในพื้นที่ชลบุรีและระยอง ซึ่งมีโรงงานอุตสาหกรรมกระจุกตัวในระดับสูง ขณะที่ฉะเชิงเทรามีน้ำคงเหลือสำหรับใช้การได้ถึง 63% ทำให้ฉะเชิงเทรามีศักยภาพเชิงทรัพยากรน้ำในการดึงดูดการลงทุนดาต้าเซนเตอร์มากกว่าพื้นที่อื่นใน EEC

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest