• พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา ส่งผลให้รัฐบาลทรัมป์เผชิญข้อจำกัดในการผลักดันกฎหมายและงบประมาณใหม่ รวมถึงการตรวจสอบจากรัฐสภาที่เข้มข้นขึ้น อย่างไรก็ตาม นโยบายหลักยังมีแนวโน้มดำเนินต่อไปผ่านอำนาจฝ่ายบริหาร โดยความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้ายังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญในระยะข้างหน้า
• สำหรับผลต่อเศรษฐกิจไทยนั้น ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น มาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ และความผันผวนของตลาดการเงิน ซึ่งอาจกระทบเงินเฟ้อ กำลังซื้อ และการส่งออก อย่างไรก็ดี การกระจายห่วงโซ่อุปทานโลกยังเป็นโอกาสดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ และ Data Center ซึ่งยังขึ้นอยู่กับวัฏจักรการลงทุน AI โลก
• ผลการเลือกตั้งอาจช่วยลดแรงกดดันต่อบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และไทย โดยคาดว่าบอนด์ยีลด์ไทยอายุ 2 ปี และ 10 ปี ณ สิ้นปี 2569 จะอยู่ที่ 1.30% และ 2.50% ตามลำดับ (ภายใต้สมมติฐานว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ในการประชุมรอบที่เหลือของปี 2569) ส่วนเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นเป็นบางช่วง แต่กรอบการแข็งค่าของเงินบาทจะยังจำกัด เพราะ Fed ยังมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้งก่อนสิ้นปี โดยยังคงตัวเลขคาดการณ์เงินบาท ณ สิ้นปีนี้ที่ 33.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น