Display mode (Doesn't show in master page preview)

21 กันยายน 2555

การค้า

เปิดประตูการค้าไทย-ชิลี โอกาสทางการค้าสำหรับผู้ประกอบการไทย (กระแสทรรศน์ฉบับที่ 2290)

ประเทศชิลีถือเป็นเป้าหมายทางการตลาดหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบธุรกิจไทยที่มีความต้องการทรัพยากรธรรมชาติคุณภาพดีเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตด้วยการนำเข้าจากชิลี เช่น ทองแดงหรือสินแร่ และส่วนของผู้ประกอบธุรกิจที่ต้องการขยายฐานการส่งออกไปยังประเทศในแถบละตินอเมริกา เนื่องด้วยเศรษฐกิจภายในประเทศมีความแข็งแกร่ง ประชากรมีกำลังซื้อสูง เอื้อด้วยนโยบายการค้าที่เปิดกว้างต่อการค้าการบริการอย่างเสรี นอกจากนี้การทำ FTA ระหว่างไทยและชิลีจะเป็นกลไกผลักดันสำคัญที่ส่งเสริมให้สินค้าไทยสามารถเข้าสู่ตลาดชิลีได้อย่างสะดวกขึ้นในต้นทุนที่ถูกลง ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจไทยสามารถเพิ่มศักยภาพในการขยายตลาดทางการค้าในชิลีและในละตินอเมริกาได้ โดย สินค้าส่งออกที่จะได้รับผลดีจากการทำ FTA ในครั้งนี้ได้แก่สินค้าประเภท รถยนต์ปิคอัพ เครื่องใช้ไฟฟ้า ปูนซีเมนต์ เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารกระป๋องและอาหารสำเร็จรูป และสินค้าเกษตร เป็นต้นส่งผลให้มูลค่าการค้ารวมน่าจะเติบโตได้ราวร้อยละ 20-30ในปีที่ FTA เป็นผล ซึ่งถึงแม้ว่าอัตราภาษีนำเข้าปกติ หรือ MFN Rate ของชิลีอยู่ในระดับที่ต่ำอยู่แล้ว (เฉลี่ยที่ร้อยละ 6) จึงมีข้อสังเกตว่า FTA ระหว่างไทย-ชิลีอาจจะไม่ทำให้ต้นทุนการส่งออกของไทยไปชิลีไม่ได้ปรับลดลงมากนัก แต่หากพิจารณาถึงศักยภาพทางการแข่งขันโดยเปรียบเทียบกับคู่แข่งในเอเชียประเทศอื่นๆที่ได้ทำ FTA กับชิลีไปแล้ว (จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และมาเลเซีย) การทำ FTA ไทยกับชิลีถือเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งในการที่จะคงความสามารถทางการแข่งขัน และเพื่อที่จะรักษาส่วนแบ่งในตลาดส่งออกในภูมิภาคอเมริกาใต้ไว้ โดยอาจใช้ชิลีเป็นประตูสู่การขยายตลาดต่อไปยังประเทศอื่นๆในภูมิภาค ซึ่งแม้ว่าปัจจุบันมูลค่าการส่งออกที่ไทยส่งออกไปละตินอเมริกาโดยรวมอาจจะไม่สูง (ร้อยละ 2.0 ของมูลค่าการส่งออกรวมในปี 2554) แต่เนื่องด้วยสภาพเศรษฐกิจของคู่ค้าหลักเช่น สหรัฐฯ ยุโรป และจีน อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ การบุกตลาดไปยังภูมิภาคอื่นๆจึงอาจจะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจเพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาอุปสงค์จากประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป

ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่สนใจทำตลาดในชิลี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าน่าจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจกับพฤติกรรมผู้บริโภค วัฒนธรรม จังหวะเวลาที่เหมาะสม และกลยุทธเชิงธุรกิจเพื่อที่จะสามารถจับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ เช่น ชาวชิลีมีความเป็นกันเองสนุกสนานอยู่กันครอบครัวตามอย่างชาวละตินอเมริกัน ขณะที่ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์เป็นเดือนตากอากาศของชาวชิลีควรหลีกเลี่ยงการติดต่อทางธุรกิจ หรือ แม้แต่การทำธุรกิจด้วยวิธีที่เข้าไปในลักษณะของการเป็นหุ้นส่วน หรือหาผู้แทนจำหน่าย น่าจะช่วยย่นระยะเวลาในการทำธุรกิจในท้องถิ่นได้ เหล่านี้ถึงแม้จะเป็นประเด็นเล็กน้อยแต่ก็สามารถกำหนดความสำเร็จของธุรกิจได้เช่นเดียวกัน

ดูรายละเอียดฉบับเต็ม


เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก

หรือ

กรอกรหัสจากการทำแบบสำรวจ


การค้า