Display mode (Doesn't show in master page preview)

8 เมษายน 2563

สถาบันการเงิน

ธปท. ออกมาตรการช่วยภาคเอกชนสู้โควิด-19... หวังบรรเทาปัญหาสภาพคล่องของผู้ประกอบการ (มองเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3859)

ธปท.  ออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยภาคเอกชนสู้โควิด-19 เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2563 ซึ่งโดยหลักๆ แล้วจะเป็นการบรรเทาปัญหาสภาพคล่องและเสริมสภาพคล่องระยะสั้นให้กับผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีแนวโน้มรุนแรงและต้องใช้เวลาอีกระยะในการคลี่คลายสถานการณ์ นอกจากนี้ ธปท. ยังมีมาตรการดูแลเสถียรภาพของตลาดตราสารหนี้เอกชนเพิ่มเติม เพื่อให้ช่องทางการระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้ของบริษัทที่มีคุณภาพยังทำงานได้ต่อเนื่อง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า มาตรการดังกล่าวถือว่ามีกรอบมูลค่าขนาดใหญ่เข้าใกล้ระดับ 1 ล้านล้านบาท ขณะที่ความรวดเร็วของการผลักดันมาตรการต่างๆ ในทางปฏิบัตินั้น อาจแปรผันตามเงื่อนไขของแต่ละมาตรการ รวมถึงบรรยากาศเศรษฐกิจในภาพรวม โดยความคืบหน้าของการเบิกใช้และการอนุมัติวงเงินสินเชื่อซอฟท์โลนเพิ่มเติมในทางปฏิบัติ ยังขึ้นอยู่กับอีกหลายเงื่อนไขด้วยเช่นกัน ทั้งความพร้อมของลูกหนี้ และความสามารถในการรับส่วนสูญเสียจากการปล่อยสินเชื่อเพิ่มของธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งที่แตกต่างกัน

ส่วนกองทุนเสริมสภาพคล่องตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน (BSF)นั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า แม้กลไกการทำงานของกองทุน BSF ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดปัญหาการระดมทุนเพื่อ Rollover หุ้นกู้ที่ครบกำหนดไถ่ถอนของบริษัทที่มีคุณภาพ แต่ความสำเร็จในการ Rollover หุ้นกู้ดังกล่าว ยังขึ้นกับความสามารถของกิจการหรือบริษัทในการระดมทุนด้วยตนเองให้ถึงจำนวนกึ่งหนึ่งของจำนวนตราสารหนี้ที่ครบกำหนดไถ่ถอนตามเกณฑ์ของกองทุน BSF ตั้งเงื่อนไขไว้ ซึ่งถือเป็นประเด็นที่ยังต้องติดตาม ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง และสำหรับการช่วยลดภาระเงินนำส่งกองทุนฟื้นฟูฯ และการผ่อนคลายหลักเกณฑ์อื่นๆ คงมีผลในการช่วยแบ่งเบาภาระต้นทุนของสถาบันการเงินลงในภาวะที่รายรับดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ หดหายไปจากการเดินหน้าโครงการพักชำระหนี้และปรับโครงสร้างหนี้ให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือน รวมถึงภาระเพิ่มเติมจากมาตรการต่างๆ ในรอบนี้และที่อาจมีตามมาอีกในอนาคต

โดยภาพรวมแล้ว มาตรการที่ ธปท. ออกมาสะท้อนถึงความพยายามและความตั้งใจของทางการที่จะแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด โดยมุ่งเน้นการช่วยเสริมสภาพคล่องของระบบการเงินไทย ควบคู่ไปกับการพลิกฟื้นความเชื่อมั่นของตลาดการเงิน เพื่อให้กลไกการทำงานของระบบการเงินยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ตามปกติ กระนั้นก็ดี ปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดผลสัมฤทธิ์ของมาตรการที่เพิ่งออกมาในครั้งนี้ คือ สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ อันจะทำให้มองเห็นภาพแนวโน้มเศรษฐกิจหลังจากนี้ชัดเจนขึ้น และมีผลต่อเนื่องมายังความเชื่อมั่นของตลาดและนักลงทุน รวมถึงการประเมินแนวโน้มธุรกิจและความสามารถในการชำระหนี้ของกิจการ โดยในกรณีที่การควบคุมการระบาดของไวรัสฯ เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ก็ย่อมจะทำให้มาตรการเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการของทางการไทยในรอบนี้ มีความคืบหน้าและมีการใช้เม็ดเงินโครงการที่เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น สุดท้ายแล้ว ก็คงจะส่งผลดีต่อประสิทธิผลในการฟื้นกลไกทางการเงินให้กลับสู่ปกติได้อย่างรวดเร็วสมดังเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้

ดูรายละเอียดฉบับเต็ม


เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก

หรือ

กรอกรหัสจากการทำแบบสำรวจ


สถาบันการเงิน