o เดือนก.พ.69 เงินเฟ้อจีนขยายตัวสูงสุดในรอบ 3 ปีอยู่ที่ 1.3%YoY จาก 0.2%YoY ในเดือนม.ค.69 ได้รับปัจจัยหนุนสำคัญจากเทศกาลตรุษจีนที่ปีนี้อยู่ในเดือนก.พ.69 (ปีก่อนอยู่ช่วงปลายเดือนม.ค.69) โดยราคาสินค้าประเภทอาหาร โดยเฉพาะผักสด และผลไม้เร่งตัวขึ้น รวมถึงเงินเฟ้อในภาคบริการยังขยายตัวถึง 1.6%YoY จาก 0.1%YoY ในเดือนม.ค.69 (รูปที่ 1) ซึ่งสอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยว และรายได้จากการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลตรุษจีนที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน หลังจำนวนวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ยาวนานถึง 9 วัน (รูปที่ 2) ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 1.8%YoY จาก 0.8%YoY ในเดือนม.ค.69
o ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.พ.69 หดตัวลดลงอยู่ที่ -0.7%YoY จาก -1.4%YoY ในเดือนม.ค.69 โดยราคาสินค้าในกลุ่มโลหะนอกกลุ่มเหล็ก และสายไฟ (Non ferrous metal and electric wire) ยังปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่สินค้าอื่น ๆ เช่น วัตถุดิบอุตสาหกรรม เริ่มมีทิศทางหดตัวลดลง ซึ่งคาดว่าเกิดจากแนวโน้มความต้องการสินค้า AI ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน และโลหะยังหดตัวต่อเนื่อง
o ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าเงินเฟ้อจีนเร่งตัวขึ้นจากปัจจัยชั่วคราวอย่างเทศกาลตรุษจีน แต่ปัจจัยกดดันต่อการใช้จ่ายในประเทศยังมีอยู่ โดยเมื่อพิจารณาการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลตรุษจีน แม้จำนวนนักท่องเที่ยว และรายได้จะเพิ่มขึ้น แต่การใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวต่อหัว (Tourist Expenditure per capita) ลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 1,348 หยวน จาก 1,351 หยวน สะท้อนว่าครัวเรือนยังมีแนวโน้มระมัดระวังการใช้จ่าย ขณะที่ในการประชุมสองสภาของจีนปี 2569 ได้ประกาศเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจจีนปี 2569 ชะลอลงอยู่ที่ 4.5-5.0% และเป้าหมายเงินเฟ้อคงเดิมอยู่ที่ 2.0% โดยงบประมาณขาดดุล (Board deficit) อยู่ที่ 4% คงเดิมจากปีก่อน รวมถึงวงเงินการออกพันธบัตรรัฐบาลท้องถิ่นไม่เปลี่ยนแปลง สะท้อนว่า ปี 2569 นี้จีนจะเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยคาดว่าจะไม่มีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายขนาดใหญ่ แต่เน้นเป็นมาตรการเฉพาะจุดเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น การเพิ่มสวัสดิการผู้สูงอายุ หรือมาตรการที่สนับสนุนอัตราการเกิด เป็นต้น ซึ่งคาดว่าผลจากมาตรการจะส่งผ่านมาสู่เงินเฟ้อได้จำกัด และต้องใช้ระยะเวลากว่าจะเห็นผล
o ทั้งนี้ ในระยะสั้นสงครามในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นคาดยังส่งผลกระทบต่อระดับดัชนีราคาผู้ผลิต และดัชนีราคาผู้บริโภคของจีนจำกัด เนื่องจาก สัดส่วนเงินเฟ้อผู้บริโภคของจีนมีสัดส่วนที่เกี่ยวข้องกับราคาพลังงานโดยตรงอยู่ที่ประมาณ 14.3% (Transportation & Communication) รวมถึงจีนมีคลังน้ำมันสำรองอยู่ในระดับสูงใช้ได้ราว 110-140 วัน นอกจากนี้ จีนมีกลยุทธ์ในการคำนวณราคาน้ำมันโดยใช้ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 วันเพื่อไม่ให้ราคาน้ำมันผันผวนเกินไป ซึ่งเมื่อราคาน้ำมันโลกเกิน 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รัฐบาลจะเข้ามาแทรกแซง โดยให้ทางโรงกลั่นรับภาระส่วนที่เกินไปเพื่อที่จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม หากความตึงเครียดจากสงครามในตะวันออกกลาง และสถานการณ์การปิดช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นช่องทางการนำเข้าน้ำมันทางทะเลของจีน 40-50% ยืดเยื้อคาดจะสร้างผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต และต้นทุนการขนส่ง ซึ่งจะส่งผ่านมายังผู้บริโภคผ่านราคาสินค้าต่าง ๆ เช่น ราคาอาหาร (สัดส่วนเงินเฟ้ออยู่ที่ 29.5%) ในระยะต่อไป
Scan QR Code
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น