สรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาท
• เงินบาทอ่อนค่าลง สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่มีปัจจัยบวกจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่คาด ทั้งนี้เงินบาทขยับอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ตามการปรับตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลก แม้จะมีปัจจัยบวกจากตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของไทยที่เติบโตดีกว่าที่คาด นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังทยอยฟื้นตัวขึ้น โดยมีแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่า เฟดจะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตอันใกล้นี้ หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน การเริ่มสร้างบ้าน การผลิตภาคอุตสาหกรรม และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ออกมาดีกว่าที่คาด และบันทึกการประชุมเฟดที่สะท้อนมุมมองของเจ้าหน้าที่เฟดหลายท่านที่ระบุว่า เฟดอาจต้องกลับมาปรับดอกเบี้ยขึ้นหากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ดี กรอบการอ่อนค่าของเงินบาทชะลอลงบางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ตามอานิสงส์จากราคาทองคำในตลาดโลกซึ่งได้รับแรงหนุนจากสัญญาณตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 23-27 ก.พ. 2569 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 30.90-31.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกเดือนม.ค. ผลการประชุม กนง. (25 ก.พ.) รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนม.ค. ของไทย ปัจจัยการเมืองในประเทศ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนม.ค. ของสหรัฐฯ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด การประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน และอัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค. ของยูโรโซน
สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
• ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นตามแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้ SET Index ปรับตัวขึ้นเกือบตลอดสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากสถานะซื้อสุทธิต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติ และความหวังว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพได้ นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยบวกจากรายงานตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของไทยที่ออกมาดีกว่าคาด และสภาพัฒน์ฯ มีการปรับทบทวนตัวเลขคาดการณ์จีดีพีไทยในปี 2569 เป็น 2.0% จากคาดการณ์เดิมที่ 1.7% ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยลงบางส่วน ทั้งนี้ หุ้นหลายกลุ่มปรับตัวขึ้น นำโดย หุ้นกลุ่มแบงก์จากประเด็นเรื่องเงินปันผล หุ้นกลุ่มพลังงานซึ่งได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น รวมถึงหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ดีกว่าคาด ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเข้าใกล้แนว 1,500 จุดในระหว่างสัปดาห์ โดยแตะจุดสูงสุดในรอบ 1 ปี 4 เดือนที่ 1,496.61 จุด ก่อนจะย่อตัวลงบางส่วนในช่วงท้ายสัปดาห์ท่ามกลางแรงเทขายทำกำไร ประกอบกับตลาดยังคงรอติดตามสถานการณ์การเมืองในประเทศอย่างใกล้ชิด
• สัปดาห์ที่ 23-27 ก.พ. 2569 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,465 และ 1,440 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,500 และ 1,510 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมกนง. (25 ก.พ.) ตัวเลขส่งออกเดือนม.ค. ของไทย ประเด็นการเมืองในประเทศ ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนม.ค. ของสหรัฐฯ การกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR เดือนก.พ. ของจีน ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนม.ค. ของยูโรโซน
Scan QR Code
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น