Display mode (Doesn't show in master page preview)

2 กุมภาพันธ์ 2569

Econ Digest

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปข้อมูลสินเชื่อและเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ไทย 17 แห่ง ณ สิ้นเดือนธ.ค. 2568

คะแนนเฉลี่ย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปข้อมูลสินเชื่อและเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ไทย 17 แห่ง ณ สิ้นเดือนธ.ค. 2568 
  •  เงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับสุทธิ ณ สิ้นเดือนธ.ค. 2568 อยู่ที่ระดับ 13.60 ล้านล้านบาท ลดลง 1.50% YoY ซึ่งเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่สอง หลังจากที่หดตัว 0.66%YoY ในปี 2567 นำโดย การลดลงของสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีและสินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อ ทั้งนี้ สัญญาณอ่อนแอของสินเชื่อสอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่เผชิญปัจจัยกดดันจากทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนี้ครัวเรือน ประเด็นการเมืองในประเทศ ผลกระทบของภัยธรรมชาติ ตลอดจนความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีสหรัฐฯ ส่งผลให้สถาบันการเงินพิจารณาปล่อยสินเชื่อใหม่อย่างระมัดระวังต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง ขณะที่ฝั่งผู้กู้เองก็มีความระมัดระวังในการก่อหนี้ด้วยเช่นกัน 
  • ด้านเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนธ.ค. 2568 อยู่ที่ระดับ 16.48 ล้านล้านบาท ขยายตัว 2.19% YoY เทียบกับ 1.40% YoY ในเดือนธ.ค. 2567 นำโดย การเพิ่มขึ้นของเงินฝากออมทรัพย์ ขณะที่เงินฝากประจำปรับตัวลงสอดคล้องกับทิศทางดอกเบี้ยในประเทศที่อยู่ในช่วงขาลง ส่วนภาพรวมการออกแคมเปญเงินฝากประจำพิเศษปี 2568 นั้น ส่วนใหญ่เป็นแคมเปญระยะสั้นและมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับภาวะตลาด ทั้งนี้ ยังไม่พบสัญญาณการแข่งขันระดมเงินฝาก เนื่องจากสภาพคล่องโดยรวมยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับสินเชื่อยังมีแนวโน้มอ่อนแอต่อเนื่อง ส่งผลให้สถาบันการเงินยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนเงินฝากให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น